หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
พลิกวิกฤตโควิด-19 เร่งใช้ FTA เพิ่มส่งออกอาหารทะเลกระป๋อง

31 มีนาคม 2020 (จำนวนคนอ่าน 63)

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แนะผู้ประกอบการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เร่งใช้เอฟทีเอเพิ่มส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป ตามความต้องการของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เพิ่มศักยภาพแข่งขันสู่เบอร์หนึ่งประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลของโลก

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนในหลายประเทศทั่วโลกต้องการซื้อสินค้าอาหารที่เก็บไว้ได้นานมากขึ้นอาทิ อาหารแห้ง และอาหารกระป๋อง จึงเป็นโอกาสที่ไทยในฐานะผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปอันดับต้นของโลก โดยเฉพาะสินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปที่มีศักยภาพในการผลิตสูง และเป็นผู้ส่งออกอันดับ 2 ของโลกรองจากจีนจะสามารถเพิ่มการผลิตและใช้แต้มต่อจากความตกลงการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ขยายการส่งออกสินค้าอาหารสำเร็จรูปตามความต้องการของตลาดโลกได้

โดยปัจจุบันไทยมีเอฟทีเอ 13 ฉบับ กับ 18 ประเทศ โดยมีประเทศคู่เอฟทีเอ 15 ประเทศได้แก่ อาเซียน จีน ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ชิลี เปรู และฮ่องกง ได้ยกเลิกภาษีศุลกากรกับสินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปทุกรายการจากไทยแล้ว สำหรับอีก 3 ประเทศคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย ยังคงเก็บภาษีนำเข้าบางรายการ

ทั้งนี้ที่ผ่านมา ความตกลงเอฟทีเอช่วยผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปของไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2562 ไทยส่งออกสินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปไปทั่วโลกเป็นมูลค่าสูงถึง 3,775 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวร้อยละ 227 เมื่อเทียบกับก่อนที่ไทยจะมีความตกลงการค้าเสรีฉบับแรกกับอาเซียนในปี 2535 ซึ่งประเทศคู่ค้าสำคัญ 5 อันดับแรกคือ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อาเซียน เปรู และเกาหลีใต้ ตามลำดับ สำหรับสินค้าที่มีสัดส่วนการส่งออกมากที่สุดได้แก่ ปลาทูน่ากระป๋อง สัดส่วนร้อยละ 57 รองลงมาคือ กุ้งกระป๋องและแปรรูป สัดส่วนร้อยละ 19 ปลาแปรรูป สัดส่วนร้อยละ 9 และปลาซาร์ดีนกระป๋อง สัดส่วนร้อยละ 4

สำหรับในปี 2562 ไทยส่งออกสินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปไปประเทศคู่เอฟทีเอ 18 ประเทศ พบว่า มูลค่ารวม 1,407 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดเป็นร้อยละ 37 ของการส่งออกทั้งหมด และเมื่อนับตั้งแต่ความตกลงเอฟทีเอมีผลใช้บังคับพบว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปของไทยไปประเทศคู่เอฟทีเอขยายตัวขึ้นทุกตลาด โดยจีนขยายตัวสูงสุดถึงร้อยละ 4,457 รองลงมาคือ เปรูขยายตัวร้อยละ 2,088 อาเซียน ขยายตัวร้อยละ 613 เกาหลีใต้ ขยายตัวร้อยละ 246 และออสเตรเลีย ขยายตัวร้อยละ 114 สอดคล้องกับสถิติที่พบว่าสินค้าอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป เป็นสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกด้วยเอฟทีเอเป็นอันดับต้น 

"แม้ความต้องการบริโภคอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปที่เพิ่มขึ้นจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจเป็นความต้องการระยะสั้น แต่ตลาดสินค้าดังกล่าวยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากประชากรโลกมีความต้องการบริโภคสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมประมงของไทยจึงควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า และวิธีการทำประมงให้สอดรับกับกฎเกณฑ์และมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันสู่การเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลที่สำคัญของโลก”

ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์