หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
สิงคโปร์เตรียมพร้อมจัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคกรณีโควิด-19

17 มีนาคม 2020 (จำนวนคนอ่าน 358)

นาย Chan Chun Sing รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์ กล่าวในการเยี่ยมชมศูนย์กระจายสินค้าของ NTUC Fariprice ย่าน Joo Koon เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 ว่า ชาวสิงคโปร์ต้องเตรียมใจให้พร้อมในการรับมือกับการป้องกันการแพร่ระบาย COVID-19 หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะมีมาตรการป้องกันที่เข้มงวดในหลายๆ เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อในสิงคโปร์เพิ่มขึ้นไม่สูงมากนัก อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่เปิดและมีการติดต่อระหว่างประเทศ

 

ดังนั้น ชาวสิงคโปร์ต้องเตรียมใจให้พร้อมหากสถานการณ์ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยยกตัวอย่างการแพร่ระบาดในเกาหลีใต้ว่า เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อในเกาหลีใต้อยู่ในสถานะที่ใกล้เคียงกับสิงคโปร์ แต่หลังจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดจากกลุ่มคนที่ติดเชื้อทำให้อัตราการแพร่กระจายของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

นาย Chan กล่าวต่อว่า สิงคโปร์ต้องปรับโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความมั่นคงและมีอุปทานที่เพียงพอในประเทศ เนื่องจากประเทศอื่น ๆ มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ๆ ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานของโลกเกิดภาวะชะงักตัวลง มีความจำเป็นต้องตรวจสอบสถานะสินค้าคงคลังและตรวจสอบสถานที่กระจายสินค้าอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยยกตัวอย่างการสร้างความหลากหลายในกลุ่มสินค้าว่า ในอดีต สิงคโปร์ นำเข้าข้าวส่วนมากมาจากประเทศไทยหรือเวียดนาม แต่ในปัจจุบันสิงคโปร์มีการนำเข้าข้าวมาจากญี่ปุ่นหรืออินเดียด้วยเช่นกัน เนื่องจากขณะนี้มีสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อโลก

 

ดังนั้น ภาครัฐจะสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของจำนวนคู่ค้าของสิงคโปร์ โดยมองหาผู้ประกอบการรายใหม่ในประเทศที่ไกลออกไปเพื่อช่วยให้สิงคโปร์กระจายความเสี่ยงได้อย่างต่อเนื่อง หรือสินค้าในกลุ่มประเภทบะหมี่ต่าง ๆ ที่สิงคโปร์มีทั้งการนำเข้าและมีการผลิตในประเทศ ทำให้ไม่ต้องทำการกักตุนสินค้าประเภทนี้มากนัก

 

อย่างไรก็ตาม เป็นไปไม่ได้ที่ทุกอย่างจะสามารถผลิตในสิงคโปร์ เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และกำลังคน แต่สิงคโปร์จะเพิ่มระดับความสามารถในการผลิตในประเทศอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในรายการสินค้าสำคัญที่จำเป็นสำหรับช่วงเวลาที่ต้องการ

 

นาย Chan กล่าวต่อไปว่า ถึงแม้ว่าในหลาย ๆ ประเทศประกาศนโยบายห้ามส่งออกสินค้าบางประเภทแล้วก็ตาม แต่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสิงคโปร์ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าห่วงโซ่อุปทานของประเทศจะมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและล่วงหน้าไปสองขั้น เช่น การมีประเทศคู่ค้าสำรอง ในกรณีที่ประเทศคู่ค้าหลักไม่สามารถส่งออกสินค้าได้ตามกำหนดการ เป็นต้น ดังนั้น ชาวสิงคโปร์จะยังคงมีสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอสำหรับชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคควรพิจารณาการอุปโภคบริโภคสินค้าอย่างระมัดระวัง

 

นาย kian Peng Seah ประธานกรรมการบริหาร NTUC กล่าวว่า สถานการณ์การกักตุนสินค้าในสิงคโปร์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตามมีการเตรียมการสินค้าคงคลังเพิ่มสำหรับของจำเป็นพื้นฐาน เช่น ข้าว อาหารกระป๋อง และขนมปังกรอบ จากการเปลี่ยนระดับสัญญาณเตือน DORSCON เป็นสีส้มเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อให้เกิดการซื้อสินค้าและกักตุนจากความตื่นตระหนก แต่หลังจากผู้บริโภคได้รับข้อมูลทำให้เกิดความมั่นใจมากขึ้นว่าสิงคโปร์มีสินค้าคงคลังที่เพียงพอ

 

 

 

ที่มา สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์