หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
เอฟทีเอดันยอดส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไทย 11 เดือนแรกปี 62 ทะลุ 10,000 ล้านเหรียญ

26 ธันวาคม 2019 (จำนวนคนอ่าน 147)

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เกาะติดสถิติส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไทย ปลื้ม เอฟทีเอดันมูลค่าส่งออกพุ่งต่อเนื่อง ฟันมูลค่าส่งออก 11 เดือนแรกปี 2562 กว่า 10,221 ล้านเหรียญสหรัฐ แนะผู้ประกอบการใช้เอฟทีเอเบิกทางขยายโอกาสการส่งออกเพิ่ม

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศได้ติดตามสถิติการส่งออกผลิตภัณฑ์ยาง ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าที่ไทยมีศักยภาพและน่าจับตามอง เนื่องจากมีมูลค่าการส่งออกสูงเป็นอันดับที่ 4 รองจากสินค้ารถยนต์และส่วนประกอบ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ และอัญมณีและเครื่องประดับ โดยตั้งแต่ปี 2561 ไทยขยับขึ้นมาครองตำแหน่งเป็นประเทศผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ยางสูงเป็นอันดับที่ 4 ของโลก (รองจาก จีน เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา) และมีอัตราการขยายตัวของการส่งออกเพิ่มอย่างต่อเนื่องแม้อยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจโลก โดยในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2562 (มกราคม-พฤศจิกายน ) ไทยส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ยางสู่ตลาดโลกได้ถึง 10,221 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2561 ร้อยละ 1.6 ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น อาเซียน และออสเตรเลีย สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ยางนอกที่ใช้กับยานพาหนะ ยางสังเคราะห์ และถุงมือยาง

นางอรมน เสริมว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ยางของไทยเติบโต คือ การที่สินค้าผลิตภัณฑ์ยางของไทยไม่ถูกเก็บภาษีศุลกากรในประเทศผู้นำเข้า เนื่องจากการทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างกัน (ไทยมีเอฟทีเอ 13 ฉบับกับ 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี และฮ่องกง) ซึ่งผลิตภัณฑ์ยางจากไทยไม่ถูกเก็บภาษีนำเข้าแล้วใน 14 ประเทศ ได้แก่ สมาชิกอาเซียน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และฮ่องกง เหลืออีก 4 ประเทศ ได้แก่  จีน เกาหลีใต้ อินเดีย ชิลี เปรู ที่ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าผลิตภัณฑ์ยางส่วนใหญ่จากไทยแล้ว แต่คงการเก็บภาษีในบางรายการ สำหรับกรณีของสหรัฐอเมริกา แม้จะไม่ใช่คู่เอฟทีเอของไทย แต่ที่ผ่านมาไทยได้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือจีเอสพีจากสหรัฐอเมริกา อีกทั้งสหรัฐอเมริกานำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นแทนจากจีน ดังนั้น การผลักดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดผลิตภัณฑ์ยางให้ไทยเพิ่มเติม ผ่านการทบทวนเอฟทีเอที่มีอยู่ในปัจจุบัน การหาข้อสรุปเอฟทีเอที่อยู่ระหว่างการเจรจา รวมถึงการเปิดเจรจาเอฟทีเอใหม่ๆ อาทิ สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และสมาคมการค้าเสรียุโรป (เอฟต้า) เป็นต้น จะมีส่วนสำคัญในการสร้างแต้มต่อผลิตภัณฑ์ยางไทยในตลาดโลก

นางอรมน เพิ่มเติมว่า เมื่อเปรียบเทียบสถิติมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางของไทยสู่ตลาดโลกในปี 2561 กับปี 2535 ซึ่งเป็นปีก่อนที่ความตกลงเอฟทีเอฉบับแรกของไทยกับอาเซียนจะมีผลบังคับใช้ พบว่ามูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางของไทยเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 2,922  หากแยกรายตลาด จะพบว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าผลิตภัณฑ์ยางของไทยไปประเทศคู่เอฟทีเอขยายตัวเพิ่มขึ้นมากทุกตลาด  เช่น อาเซียน ขยายตัวร้อยละ 5,847 จีน ขยายตัวร้อยละ 3,230 ออสเตรเลีย ขยายตัวร้อยละ 431 อินเดีย ขยายตัวร้อยละ 378 และญี่ปุ่น ขยายตัวร้อยละ 118 เป็นต้น  สอดคล้องกับสถิติที่พบว่าในปี 2561 และครึ่งปี 2562 ผลิตภัณฑ์ยางเป็นหนึ่งในสินค้าที่ผู้ประกอบการไทยขอใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอในการส่งออกเป็นอันดับต้น

"อยากให้ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกไทยนำเรื่องการที่ประเทศผู้นำเข้าลดหรือยกเลิกการเก็บภาษีศุลกากรผลิตภัณฑ์ยางที่ส่งออกจากไทยภายใต้เอฟทีเอ มาเป็นปัจจัยประกอบการพิจารณาเลือกตลาดส่งออก และเพิ่มโอกาสการส่งออกของไทยด้วย โดยผู้สนใจสามารถตรวจสอบข้อมูลอัตราภาษีศุลกากร กฎระเบียบทางการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศคู่เอฟทีเอ หรือข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับความตกลงการค้าเสรีได้ที่เว็บไซต์กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  http://ftacenter.dtn.go.th หรือ http://tax.dtn.go.th/ หรือศูนย์ FTA Center ชั้น 3 กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ หรือหมายเลข 02-507-7555” นางอรมน กล่าว

ที่มา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์