หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ไทยได้รับเลือกตั้งซ้ำเป็นสมัยที่ 8 สมาชิกคณะมนตรีองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ

3 ธันวาคม 2019

ประเทศไทยได้รับการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรีองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เป็นสมัยที่ 8 โดยไทยดำรงตำแหน่งติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2549 ในโอกาสนี้  รมช.คมนาคม หัวหน้าผู้แทนไทย ย้ำถึงความมุ่งมั่นของไทยในกิจการทางทะเลและการส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของสมาชิก โดยจะสานต่อบทบาทที่แข็งขันและสร้างสรรค์ในกรอบ IMO เช่น การรณรงค์การกำจัดขยะทะเล การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ (SDG)  และการเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง IMO และกลไกความร่วมมืออื่น ๆ โดยเฉพาะ อาเซียนและคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียแปซิฟิก  

เมื่อ 29 พฤศจิกายน 2562 ที่ประชุมสมัชชา สมัยสามัญ ครั้งที่ 31 ขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization : IMO) ได้เลือกตั้งคณะมนตรี IMO วาระปี ค.ศ. ๒๐๒๐ – ๒๐๒๑ ที่สำนักงานใหญ่ IMO ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ซึ่งประเทศไทยได้รับเลือกตั้งจากสมาชิก IMO ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรี IMO กลุ่ม C ด้วยคะแนนเสียง 127 เสียง (สูงเป็นอันดับที่ 16 ของประเทศที่ได้รับเลือกตั้งทั้งหมด 20 ประเทศ) จากรัฐสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมด 165 ประเทศ ส่งผลให้ไทยได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรี IMO ต่อเนื่องเป็นวาระที่ 8 ซึ่งไทยดำรงตำแหน่งนี้ติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2549 (ปี ค.ศ. 2006) สะท้อนความไว้วางใจที่รัฐสมาชิก IMO ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของไทยในเวทีระหว่างประเทศในด้านกิจการทางทะเล

ในการเลือกตั้งคณะมนตรี IMO ครั้งนี้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย กล่าวย้ำกับที่ประชุมฯ ถึงความมุ่งมั่นของไทยในด้านกิจการทางทะเลและการส่งเสริมผลประโยชน์ทางทะเลร่วมกันของรัฐสมาชิก โดยไทยจะสานต่อบทบาทที่แข็งขันและสร้างสรรค์ในกรอบ IMO ทั้งการรณรงค์เรื่องการกำจัดขยะในทะเล การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN Sustainable Development Goals: UN SDGs) ที่เกี่ยวกับประเด็นทางทะเล รวมทั้งการส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันในอุตสาหกรรมการขนส่งทางเรือในห่วงโซ่การผลิตของโลก ด้วยเจตนารมณ์หลักที่มุ่งหมายให้การเชื่อมโยงทางทะเลเป็นไปด้วยความมั่นคงปลอดภัย สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์ผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง และเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของอนุชนรุ่นต่อไปในอนาคต ตลอดจนการเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่าง IMO กับกลไกและกรอบภูมิภาคต่าง ๆ โดยเฉพาะอาเซียน และคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียแปซิฟิก หรือเอสแคป (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific: UNESCAP) ซึ่งไทยพร้อมแบ่งปันประสบการณ์และบทเรียนที่เป็นเลิศกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติตามพันธกรณีของ IMO ในการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืนโดย "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

IMO เป็นทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2502 ปัจจุบันมีสมาชิก 147 ประเทศ มีหน้าที่เป็นองค์กรกลางเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ในการกำหนดมาตรฐานและแนวปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ คนประจำเรือ และการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล รวมทั้งการสร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างประเทศสมาชิก สำนักงานใหญ่ IMO ตั้งอยู่ ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร 

คณะมนตรี IMO เป็นองค์กรระดับบริหาร มีหน้าที่ตรวจสอบ กำกับดูแล และติดตามงานของ IMO ประกอบด้วยประเทศสมาชิกที่ได้การเลือกตั้งจากสมัชชา IMO จำนวน 40 ที่นั่ง ดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่ม A ประเทศสมาชิกที่มีผลประโยชน์มากที่สุดในการให้บริการด้านการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศ จำนวน ๑๐ ประเทศ (1) กลุ่ม B ประเทศสมาชิกที่มีผลประโยชน์มากที่สุดในด้านการค้าทางทะเลระหว่างประเทศ จำนวน ๑๐ ประเทศ และ (3) กลุ่ม C ประเทศสมาชิกที่มีผลประโยชน์เป็นพิเศษในด้านการขนส่งทางทะเลหรือการเดินเรือ และเป็นตัวแทนจากภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก จำนวน ๒๐ ประเทศ

นอกจากไทย รัฐสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะมนตรี ในกลุ่ม C ได้แก่ สิงคโปร์ มอลตา มาเลเซีย ไซปรัส อินโดนีเซีย บาฮามาส แอฟริกาใต้ เม็กซิโก ชิลี เบลเยียม อิยิปต์ เปรู โมร็อกโก เดนมาร์ก ตุรกี จาไมกา ฟิลิปปินส์ คูเวต และเคนยา

ที่มา www.mfa.go.th 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์