หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
กัลกัตตามหานครขนาดใหญ่อันดับ 3 ของอินเดีย ประชากร 45 ล้านคน โอกาสด้านการท่องเที่ยวไทย

2 ธันวาคม 2019 (จำนวนคนอ่าน 2114)

เมื่อกล่าวถึง "กัลกัตตา” (Kolkata) คนไทยส่วนใหญ่คงจะรู้จักกันดีในฐานะเมืองสำหรับผู้แสวงบุญ ที่มักจะเดินทางมาขึ้นรถไฟหรือรถประจำทางเพื่อเดินทางต่อไปยังพุทธคยา รวมถึงสังเวชนียสถานอื่น ๆ ที่เป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก แต่ท่านทราบไหมว่า "กัลกัตตา” ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งรัฐเบงกอลตะวันตก (West Bengal) ของอินเดียมีความสำคัญในด้านต่าง ๆ อีกมาก ซึ่งรอให้ภาคธุรกิจไทยเข้าไปเจาะตลาด

 

กัลกัตตาเป็นมหานครขนาดใหญ่อันดับ 3 ของอินเดีย มีประชากรมากถึง 45 ล้านคน เป็นแหล่งรวมอารยธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์และภาษาเบงกาลีที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความเป็นเมืองหลวงเก่าซึ่งผสมผสานวิถีชีวิตดั้งเดิมของอินเดียกับอารยธรรมตะวันตกจากการเป็นอาณานิคมอังกฤษ ชนิดที่ว่าหากใครจะเยี่ยมชมสถาปัตยกรรมแบบบริติชโคโลเนียล (British Colonial) และดื่มด่ำกับบรรยากาศอินเดียพื้นถิ่นทาง ภาคตะวันออก ต้องไปที่กัลกัตตา และด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางไปสู่เมืองกัลกัตตาโดยสม่ำเสมอ

 

โดยที่กัลกัตตามีความโดดเด่นด้านการเป็นแหล่งท่องเที่ยว รัฐบาลเมืองกัลกัตตายังได้พัฒนา การคมนาคมให้กัลกัตตาเป็นศูนย์กลางของการคมนาคมติดต่อสื่อสารที่เชื่อมโยงไปสู่รัฐต่าง ๆ ทางภาคตะวันออกของอินเดีย อาทิ รัฐพิหาร รัฐโอดิศา รัฐฌารขัณฑ์ รัฐฉัตตีสครห์ ตลอดจนรัฐสิกขิม และรัฐต่าง ๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียซึ่งเป็นที่รู้จักในนาม "รัฐเจ็ดสาวน้อย” และเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียใต้ ได้แก่ เนปาล ภูฏาน และบังกลาเทศ

 

นอกจากนี้ กัลกัตตายังมีท่าอากาศยานนานาชาติ Netaji Subhas Chandra Bose เป็นท่าอากาศยานนานาชาติที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 5 ของอินเดีย และถือเป็นประตูสู่ภูมิภาคอาเซียน โดยสามารถเดินทางถึงประเทศไทยได้ในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที ส่งผลให้มีเที่ยวบินมายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก สอดคล้องกับการประเมินของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าในปี 2562 นักท่องเที่ยวชาวอินเดียจะเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมากถึง 2 ล้านคน ซึ่งจะเป็นชาวอินเดียจากภูมิภาคอินเดีย ฝั่งตะวันออกจำนวนมาก

 

จากศักยภาพด้านการเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและเป็นศูนย์กลางด้าน การคมนาคมของภูมิภาคอินเดียฝั่งตะวันออก ภาครัฐและภาคเอกชนไทยจึงได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมสนับสนุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในหมู่ชาวอินเดีย อาทิ มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา Visa on Arrival (VoA) ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 – 30 เมษายน 2562 กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยในงาน Travel and Tourism Fair Summer 2019 ระหว่างวันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์ 2562 งาน Top Thai Brand Show 2019 เพื่อกระตุ้นความต้องการสินค้าไทยในหมู่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคชาวเมืองกัลกัตตา และงานเทศกาลไทย เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทย และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศไทยในหมู่ชาวอินเดีย ในเมืองกัลกัตตาและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก

 

นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เป็นสายการบินลำดับที่ 9 ที่เข้ามาให้บริการเส้นทางบินระหว่างเมืองกัลกัตตากับกรุงเทพฯ โดยเริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 มีเที่ยวบินรวม 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ส่งผลให้ปัจจุบันมีเที่ยวบินเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ กับเมืองกัลกัตตา จำนวนทั้งสิ้น 41 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

 

ด้วยศักยภาพของเมืองกัลกัตตา การเร่งส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างภาคตะวันออกของอินเดียกับประเทศไทย และการสร้างความรับรู้ต่อสินค้าและวัฒนธรรมไทยในหมู่ชาวอินเดียภาคตะวันออก จะช่วยผลักดันให้กัลกัตตาเป็นตลาดที่สำคัญของไทยสำหรับการขยายตลาดสินค้าไทยสู่ชาวอินเดีย รวมถึงการดึงดูด การท่องเที่ยวมายังประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งภาคธุรกิจไทยไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด

 

 

ข้อมูล ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองกัลกัตตา

 

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์