หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
จัดระเบียบพื้นที่ชายแดน ป้องกันผู้เข้ามาสร้างสถานการณ์ ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35

31 ตุลาคม 2019 (จำนวนคนอ่าน 149)

ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา กำชับเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้ม พร้อมจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน ป้องกันผู้ก่อเหตุรุนแรงที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ในประเทศไทย ในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35

เมื่อ 30 ต.ค. 62 ที่ด่านพรมแดนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง ด่านศุลกากรเบตง เจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิง และเจ้าหน้าที่ที่เกียวข้องที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มงวด ตรวจสอบ พร้อมจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลับลอบขนสินค้าหนีภาษี การลักลอบขนสินค้าเกษตรที่รัฐบาลควบคุม จำนวน 23 รายการ ตลอดจนที่สำคัญเพื่อป้องกันการลับลอบขนย้ายวัตถุระเบิด รวมทั้งผู้ก่อเหตุรุนแรงที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ในประเทศ

โดยที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี ในระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม ถึง 5 พฤศจิกายน 2562 โดยมีชาติที่มาร่วมประชุมจำนวน 18 ประเทศ ซึ่งประกอบด้วย ไทย (เจ้าภาพ) บรูไนดารุสซาลาม , กัมพูชา , สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว , เวียดนาม , เมียนมา , อินโดนีเซีย , มาเลเซีย , สิงคโปร์ , ฟิลิปปินส์ , ออสเตรเลีย , จีน , อินเดีย , รัสเซีย , ญี่ปุ่น , นิวซีแลนด์ , เกาหลีใต้ , สหรัฐอเมริกา กับ 2 องค์กรระหว่างประเทศ คือ องค์การสหประชาชาติ และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ผู้นำรัฐบาล หรือผู้แทนที่เดินทางมาร่วมประชุมสุดยอดในครั้งนี้

พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจยะลา กล่าวว่า สำหรับมาตรการดูแลพื้นที่ชายแดน ไทย-มาเลเซีย นั้น ขณะนี้ กองทัพภาคที่ 4 ได้เสริมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิง สนับสนุนด่านตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบบุคคล เฝ้าระวังผู้ที่ผ่าน เข้า-ออก เพื่อป้องกันสกัดกั้นบุคคลต้องสงสัยเข้ามาสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ จัดเจ้าหน้าที่ชุดป้องกันควบคุมชายแดน ประสานร่วมชุดปฏิบัติการจรยุทธ์เชิงรุก เข้าไปบังคับใช้กฎหมายกับช่องทางที่ผิดกฎหมาย พร้อมลาดตระเวนตลอดแนวชายแดน ซ่อมแซมรั้วชายแดนที่ชำรุดให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ผลการดำเนินการมาตรการดังกล่าว ทำให้สามารถสกัดกั้นบุคคลเฝ้าระวัง และจับกุมสินค้าผิดกฎหมายได้เป็นจำนวนมาก พร้อมขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชนได้ปฏิบัติตามกฎหมายของทั้ง 2 ประเทศอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์