หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รวมพลัง 16 ชาติ เร่งปิดดีลเจรจา “อาร์เซ็ป”

11 กันยายน 2019 (จำนวนคนอ่าน 266)

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ว่า การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้องเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแต่ละการประชุมมีความคืบหน้ามาก โดยรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาของโลกและภูมิภาค และทบทวนการดำเนินการตามแผนงานประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน พร้อมกับรับทราบความคืบหน้าการดำเนินการใน 13 ประเด็นเศรษฐกิจที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนผลักดันให้อาเซียนร่วมกันดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ และยังมุ่งมั่นที่จะดำเนินการด้านเศรษฐกิจให้ได้ตามเป้าหมายในการขยายการค้าระหว่างกันในอาเซียนให้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในปี 2025 ด้วยการมีระบบการค้าที่เปิดกว้าง มีส่วนร่วม และยึดถือกฎเกณฑ์ กติกา และเตรียมรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0
 
ส่วนการผลักดันการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) อาเซียนและคู่เจรจา 6 ประเทศ เห็นพ้องตรงกันว่า จะมีการประชุมหารือครั้งสุดท้ายที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 19 - 27 กันยายน 2562 ซึ่งเป็นการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส โดยประเด็นต่าง ๆ ทั้งด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน จะต้องได้ข้อยุติในการประชุมรอบดังกล่าว ก่อนจะสรุปให้ที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2562 จากนั้นจะมีการลงนามร่วมกันในปี 2563 ที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพ
 
นายจุรินทร์กล่าวว่า การประชุมอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้) ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจและความผันผวนของการค้าโลก จะต้องมีแนวทางการพัฒนาการค้าและการลงทุนที่มีความเหมาะสมต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันอาร์เซ็ปให้จบภายในสิ้นปีนี้ เพราะอาร์เซ็ปจะมีประโยชน์ทั้งด้านการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน และจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับการค้าการลงทุนให้กับนักธุรกิจทั้ง 16 ประเทศ โดยเฉพาะไทยจะได้รับประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวม รวมไปถึงเอสเอ็มอี โมโครเอสเอ็มอีและการผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัล
 
ทั้งนี้ ประเด็นที่เจ้าหน้าที่อาวุโสจะเจรจาเพื่อนำไปสู่เป้าหมายการมีข้อตกลงร่วมกันของทั้ง 16 ประเทศนั้น รัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกประเทศต้องมีความยืดหยุ่นในการเจรจาให้มากที่สุด และหาทางออกร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านสินค้า บริการ และการลงทุน เพื่อให้สามารถสรุปผลการเจรจาตามที่ผู้นำได้ตั้งเป้าหมายไว้ เพราะหากเจรจาสำเร็จจะทำให้ประชาชนในแต่ละประเทศมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและเสริมสร้างความมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของสมาชิก และยังจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้า การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจของทั้ง 16 ประเทศ ท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์การค้าโลก
 
นายจุรินทร์กล่าวว่า การเจรจาอาร์เซ็ปจนถึงขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้ว 7 ข้อบท จาก 20 ข้อบท คือ บทบัญญัติเกี่ยวกับสถาบัน บทมาตรการสุขอนามัยและสุขภาพพืช และบทมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิคและกระบวนการตรวจสอบและรับรอง บทบาทความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ บทวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บทพิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า และบทการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ
 
ส่วน 13 ข้อบทที่อยู่ในระหว่างการเจรจา ประกอบด้วย 1. บทพื้นฐานและคำนิยามทั่วไป 2. การค้าสินค้า 3. กฏว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า 4. การเยียวยาทางการค้า 5. การค้าบริการ ภาคผนวกบริการการเงิน ภาคผนวกบริการโทรคมนาคม ภาคผนวกบริการวิชาชีพ 6. การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา 7.ก ารลงทุน 8. ทรัพย์สินทางปัญญา 9.พ าณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 10. การแข่งขัน 11. บทบัญญัติทั่วไปและข้อยกเว้น 12. การระงับข้อพิพาท และ 13. บทบัญญัติสุดท้าย
 
สำหรับอาร์เซ็ปเป็นตลาดใหญ่มีประชากรรวมกัน 3,589 ล้านคน หรือคิดเป็น 48.1% ของประชากรโลก มีมูลค่าการส่งออก 5.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 31.3% ของการส่งออกทั้งโลก และมีมูลค่าการนำเข้า 5.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 30.4% ของการนำเข้าทั้งโลก หากอาร์เซ็ปสำเร็จจะถือเป็นการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก
 
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์