หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
2 อุทยานไทยจะเป็นมรดกอาเซียน ด้านเวียดนามรับสานต่อไทยแก้ขยะทะเล

12 กรกฎาคม 2019

ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 30 (30th ASEAN Senior Officials Meeting on the Environment : 30th ASOEN) เมื่อวันที่ 10 – 11 กรกฎาคม 2562 เพื่อร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศสมาชิกอาเซียน รับฟังรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค รวมทั้งความพยายามแก้ปัญหาขยะทะเล โดยประเทศไทยได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบผลการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเล และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษเรื่อง การป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย ที่จัดขึ้นที่ประเทศไทยในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เผยว่า ในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 30 หรือ 30th ASOEN ที่ประชุมได้มีการหยิบยกประเด็นปัญหาขยะทะเล รวมทั้งปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียนขึ้นมาพูดคุย โดยประเทศไทยแสดงความเป็นห่วงว่า จะมีดำเนินการในสิ่งที่ริเริ่มมาอย่างไรให้ต่อเนื่อง และเห็นพ้องกันว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ทางเวียดนามซึ่งจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า จึงได้รับปากที่ประชุมว่าจะขับเคลื่อนงานต่อ

สำหรับปฏิญญากรุงเทพฯ ดังกล่าว เป็นความคิดริเริ่มของประเทศไทย โดย ทส. ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษด้านขยะทะเล "Special ASEAN Ministerial Meeting on Marine Debris” ในเดือนมีนาคม 2562 โดยมีรัฐมนตรีในประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ และสำนักงานเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมประชุม โดยได้พิจารณาและเห็นชอบเอกสารผลลัพธ์ของการประชุม 2 ฉบับ คือ ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการที่จะบริหารจัดการเพื่อแก้ปัญหาขยะในภูมิภาค และกรอบปฏิบัติงานอาเซียนว่าด้วยขยะทะเล เพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกันทั้งด้านนโยบายการบริหารที่จะช่วยลดปริมาณขยะทะเล โดยเอกสารทั้ง 2 ฉบับได้รับการรับรองและรับทราบในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมที่กรุงเทพ เป็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน รวมถึงประเด็นสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ในภูมิภาค ได้แก่
1.การอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ
2.สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง
3.การจัดการทรัพยากรน้ำ
4.สิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน
5.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
6.การจัดการสารเคมีและของเสีย
7.สิ่งแวดล้อมศึกษาการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน

ปลัด ทส. กล่าวอีกว่า องค์กรต่างประเทศ อาทิเช่น ธนาคารโลก ธนาคารเอเชีย มีความสนใจที่จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาขยะทะเลของภูมิภาค ในขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป ก็เห็นด้วยกับการจัดการขยะพลาสติกและขยะทะเลและได้เสนอแนะผลการวิเคราะห์เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ขยะทะเลของอาเซียน ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งประเทศไทยกำลังทำ อาทิ การนำเอาพลาสติก มาทำเป็นเสื้อผ้า เอาทำถนน เพื่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งที่ประชุมจะหารือเพิ่มเติมในประเด็นความร่วมมือกับองค์กรต่างประเทศอีกครั้ง โดยยืนยันความสำเร็จของการริเริ่มของประเทศไทยเพราะถือเป็นงานด้านบวก และเป็นปัญหาร่วมกันทั้งภูมิภาค ประเทศไทย รวมทั้งอีก 4 ประเทศในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และ มาเลเซีย ถูกประเมินจากองค์กรที่จับตาเรื่องขยะโลกว่าเป็นประเทศที่ติดอันดับในการทิ้งขยะลงทะเลมากที่สุดในโลก

นอกจากประเด็นเรื่องขยะทะเล ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบต่อการขึ้นทะเบียนอุทยานมรดกอาเซียนแห่งใหม่ จำนวน 5 แห่ง เป็น ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่ เกาะลิบง และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองของไทย อุทยานแห่งชาติ Lo Go – Xa Mat และเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ Ngoc Linh ของเวียดนาม และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า Htamanthi ของเมียนมา ที่ประชุม ยังได้เห็นชอบต่อร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุม Climate Action Summit 2019 และร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนต่อที่ประชุมภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) สมัยที่ 25 เพื่อนำไปเสนอให้ที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 15 ให้การรับรองอีกด้วย


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์