หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
กรมเจรจาฯ เตรียมชงรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ ไฟเขียวไทยเข้าร่วมการเจรจา CPTPP

24 มิถุนายน 2019 (จำนวนคนอ่าน 444)

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เตรียมสรุปสถานะการเจรจาการค้าของไทยกรอบต่าง ๆ เพื่อนำเสนอให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์คนใหม่และรัฐบาลใหม่เพื่อพิจารณา โดยมีกรอบการเจรจาที่จะต้องขอนโยบายจากรัฐบาล คือ ความตกลงครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) ที่จะต้องพิจารณาว่าจะให้ความเห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิก CPTPP หรือไม่ เพราะเรื่องนี้ค้างอยู่และต้องรอนโยบายจากรัฐบาลก่อนที่จะดำเนินการต่อ
 
"กรมฯ ในฐานะที่รับผิดชอบในการเจรจา ได้มีการศึกษาผลดีผลเสียของการเข้าร่วมความตกลง CPTPP รวมทั้งได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนแล้ว และปัจจุบันได้มีการสรุปผลดี ผลเสีย แนวทางการปรับตัว มาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบครบถ้วนแล้ว เหลือก็แต่รอความชัดเจนในระดับนโยบายว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร ซึ่งหากมีความชัดเจนแล้ว กรมฯ ก็จะเดินหน้าต่อทันที เพราะปัจจุบันมีหลายประเทศที่สนับสนุนให้ไทยเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นต้น”
 
ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่า ในด้านการค้า ไทยจะได้รับประโยชน์จากการเปิดตลาดเพิ่มเติมกับประเทศที่ไทยมี FTA อยู่แล้ว เช่น เนื้อไก่สดและไก่แปรรูป เนื้อสุกร ข้าว น้ำตาล รถยนต์และชิ้นส่วน เป็นต้น และจากประเทศที่ไทยไม่เคยมี FTA ด้วย คือ แคนาดาและเม็กซิโก เช่น อาหารทะเล อาหารแปรรูป ยางพารา ผลไม้ปรุงแต่งและแปรรูป เนื้อไก่ปรุงแต่งและแปรรูป รถจักรยานยนต์ รถยนต์และชิ้นส่วน เป็นต้น ส่วนในด้านการลงทุน จะสร้างโอกาสในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ไทยกำลังขับเคลื่อนในโครงการเขตพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) แต่ถ้าไทยไม่เข้าร่วมจะทำให้เสียโอกาสในการเป็นฐานการผลิตและดึงดูดการลงทุน เพราะนักลงทุนอาจจะพิจารณาไปลงทุนที่อื่นแทน
 
สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้าร่วม CPTPP จะเสนอให้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งที่เคยพิจารณากันมาก็คือ ให้มีกองทุน CPTPP หรือจะมีมาตรการอย่างอื่นที่นำมาใช้ในการช่วยเหลือก็ได้ นางอรมนกล่าวว่า สำหรับข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่อยู่ระหว่างการเจรจาและหยุดชะงักไปก่อนหน้านี้ ก็จะเสนอเพื่อขอนโยบายในการเจรจาต่อ เช่น FTA ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) FTA ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) เพราะเป็น FTA ที่ได้มีการเจรจากันมาแล้ว แต่ค้างอยู่ ซึ่งเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ทั้งอียู และ EFTA ก็พร้อมที่จะเจรจากับไทย โดยล่าสุดที่ได้คุยกับทางอียูแจ้งว่ากำลังรอรัฐสภาใหม่ ถ้าได้ ก็พร้อมที่จะเจรจาทันที
 
"การทำ FTA กับอียู มั่นใจว่าจะใช้ระยะเวลาในการเจรจาไม่นาน เพราะเคยเจรจากันมาแล้ว มีกรอบการเจรจาแล้ว แค่มาเจรจากันต่อ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีตัวอย่างประเทศที่ทำสำเร็จเร็ว คือ เวียดนาม เริ่มปี 2559 ตอนนี้เจรจาเสร็จแล้ว กำลังรอให้มีผลบังคับใช้ ซึ่งหากไทยเจรจาได้ช้าก็จะเสียเปรียบ เพราะเวียดนามเป็นคู่แข่งสำคัญของไทยในตลาดอียู”
สำหรับสถานะปัจจุบันของ CPTPP ความตกลงได้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2661 ที่ผ่านมา และได้เริ่มต้นรับสมาชิกใหม่แล้ว โดยหากไทยต้องการสมัครเข้าเป็นสมาชิก จะต้องส่งหนังสือแสดงเจตจำนงไปที่นิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานรับสมาชิกใหม่ จากนั้นสมาชิกทั้ง 11 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไน แคนาดา ชิลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์และเวียดนาม จะตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อพิจารณาและเจรจาต่อรองกับไทย ก่อนที่จะประกาศรับไทยเป็นสมาชิกใหม่
 
 
ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์