หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
นายกรัฐมนตรีพบหารือทวิภาคีกับผู้นำสิงคโปร์ สปป.ลาว ฟิลิปปินส์

24 มิถุนายน 2019 (จำนวนคนอ่าน 612)

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2562 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบหารือทวิภาคีกับนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นายโรดรีโก โรอา ดูแตร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และตุน ดร. มหาธีร์ บิน โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระหว่างการเข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรม The Athenee Hotel Bangkok สรุปสาระสำคัญการหารือดังนี้

การหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์
นายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ต่างยินดีที่ความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์มีความใกล้ชิด โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและกลาโหม ซึ่งเป็นผลจากการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความร่วมมือที่ใกล้ชิดในอาเซียนและเวทีระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันความตั้งใจของที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-สิงคโปร์ในทุกมิติทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจและความมั่นคงทางไซเบอร์ โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวชื่นชมวิสัยทัศน์ของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และความสำเร็จของสิงคโปร์ในการพัฒนาประเทศสู่การเป็นรัฐอัจฉริยะ จากการประยุกต์ใช้ดิจิทัลและเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศด้านดิจิทัลและนวัตกรรม รวมทั้งส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้สามารถเข้าถึงธุรกิจ Start-up และ SMEs มากขึ้น ไทยจึงประสงค์จะแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากสิงคโปร์ พร้อมเชิญชวนนักลงทุนสิงคโปร์ที่มีความสนใจและมีความเชี่ยวชาญมาร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและธุรกิจ startup ในไทย นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ยังกล่าวชื่นชมไทยที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยด้านไซเบอร์ ซึ่งสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้คือ ความปลอดภัย การตรวจสอบและป้องกัน นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังประสงค์ที่จะมีความร่วมมือในสาขาความร่วมมือใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล ความปลอดภัยด้านไซเบอร์ รวมทั้งความร่วมมือต่าง ๆ ในอาเซียน

การหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
นายกรัฐมนตรีขอบคุณในความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาหมอกควัน และเห็นว่าแก้ไขปัญหาดังกล่าวควรมีมาตรการร่วมกัน เพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ประชาชนทั้งสองประเทศส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมจึงควรมีความรู้ความเข้าใจในการร่วมกันแก้ปัญหา ซึ่งไทยและ สปป.ลาว ต่างเห็นพ้องกันว่าเป็นปัญหาระดับภูมิภาคที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองร่วมกันเนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นทวิภาคีที่สำคัญ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีขอบคุณที่รัฐบาลลาวดูแลนักลงทุนชาวไทย และไทยพร้อมสนับสนุนการลงทุนของเอกชนในลาว ทั้งสองฝ่ายได้หารือในเรื่องการเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การเร่งรัดเปิดใช้จุดตรวจปล่อยร่วม (Common Control Area) และการยกระดับจุดผ่านแดนไทย-สปป.ลาว เพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือทางด้านการค้าและประชาชนระหว่างทั้งสองประเทศ ตลอดจน รัฐบาลไทยได้กำหนดมาตรการการแก้ปัญหาด้านแรงงาน ซึ่งจะอำนวยความสะดวก และช่วยให้แรงงานลาวที่อยู่ในไทยทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย

การหารือทวิภาคีกับสาธารณรัฐฟิลิปปินส์
นายกรัฐมนตรี และประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ต่างยินดีที่ไทย-ฟิลิปปินส์มีความสัมพันธ์ที่ราบรื่น และมีความร่วมมือด้านความมั่นคง และความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างร่วมกันจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 70 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปีนี้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยและฟิลิปปินส์เห็นพ้องกันว่าทั้งสองฝ่ายยังมีศักยภาพทางด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างกันอีกมาก จึงยังมุ่งหวังที่จะเพิ่มพูนมูลค่าทางการค้า และการลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น โอกาสนี้ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์กล่าวชื่นชมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ของไทย พร้อมให้การสนับสนุน และมุ่งหวังที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ในปลายปีนี้

การหารือทวิภาคีกับมาเลเซีย
นายกรัฐมนตรีแสดงความชื่นชมนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเป็นนักการเมืองที่มีบทบาทสำคัญในอาเซียน ทั้งสองต่างยินดีที่ความร่วมมือระหว่างกันมีความคืบหน้าในทุกมิติ โดยเฉพาะความร่วมมือในการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทย ในโอกาสนี้ ไทยและมาเลเซียจะเร่งผลักดันด้านโครงการการเชื่อมโยงระหว่างไทยและมาเลเซีย ให้มีความก้าวหน้า เช่น โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลกแห่งใหม่ และการสร้างถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ กับด่านศุลกากรบูกิตกายูฮิตัมในฝั่งมาเลเซีย ซึ่งจะเร่งเริ่มดำเนินการโดยเร็วเพื่อเพิ่มการท่องเที่ยว และความสะดวกในการค้าข้ามแดน เพื่อให้มูลค่าการค้ารวมไทย - มาเลเซียเพิ่มขึ้น รวมทั้งเป็นการส่งเสริมความเชื่อมโยงไร้รอยต่อตามแนวชายแดน และระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคใต้ของไทยกับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนในภาคเหนือของมาเลเซีย ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญเรื่องการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยสันติวิธี และขอบคุณมาเลเซียที่มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งเร่งรัดการแก้ไขปัญหาบุคคลสองสัญชาติให้มีความคืบหน้าโดยเร็ว
 
 
ที่มา : www.thaigov.go.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์