หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

ข่าวเด่นอาเซียน
ประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดันในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34

20 มิถุนายน 2019 (จำนวนคนอ่าน 1608)

ประเด็นสำคัญที่ไทยจะผลักดันในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ในฐานะประธานอาเซียนในปีนี้ แบ่งเป็น 3 เสา ได้แก่
 
1) ด้านการเมืองความมั่นคง ไทยมุ่งผลักดันประเด็นความมั่นคงทางไซเบอร์ การบริหารจัดการชายแดนในอาเซียน การป้องกันปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการพัฒนาแนวคิดอาเซียนว่าด้วยเรื่องอินโด-แปซิฟิก (ASEAN Indo-Pacific Outlook)
2) ด้านเศรษฐกิจ ไทยมุ่งผลักดันการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ให้สำเร็จภายในปี 2562 ตามที่อาเซียนและผู้นำ RCEP ตั้งเป้าหมายไว้ การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ให้ครบทั้ง 10 ประเทศอาเซียน การเตรียมอาเซียนมือกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล และการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 การจัดตั้ง ASEAN IUU Network
3) ด้านสังคมและวัฒนธรรม ปีในอาเซียนได้ประกาศให้เป็นปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน เป็นการใช้มิติทางวัฒนธรรมส่งเสริมบทบาทของไทยในฐานะประธานอาเซียน ประจำปี 2562 รวมทั้งเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยภายใต้นโยบายการทูตทางวัฒนธรรม รวมทั้งผสานอาเซียนให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยอัตลักษณ์ที่งดงามและความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเชิดชูเกียรติภูมิของอาเซียนให้โดดเด่นเป็นที่ยอมรับในเวทีโลก และประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อม คือ การบริหารจัดการขยะทางทะเลในภูมิภาค อีกทั้งประเทศไทยจะเปิดตัวคลังเก็บสิ่งของเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในอาเซียน ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดชัยนาท
 
นอกจากประเด็นสำคัญที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนต้องขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาอาเซียนให้มีความเจริญอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ประเทศไทยยังเป็นที่ตั้งของศูนย์การดำเนินงานด้านต่าง ๆ จำนวน 7 ศูนย์ ได้แก่
 
1. ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน - ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ASEAN-Japan Cybersecurity Capacity Building Centre: AJCCBC)
2. คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยของอาเซียนในประเทศไทย (Disaster Emergency Logistics System for ASEAN: DELSA) 3. ศูนย์การแพทย์ทหารอาเซียน (ASEAN Center of Military Medicine:ACMM)
4. ศูนย์ฝึกอบรมอาเซียนด้านสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม (ASEAN Training Centre for Social Work and Social Welfare : ATCSW)
5. ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม (ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation: ACAI)
6. ศูนย์วัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Cultural Center)
7. ศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (ASEAN Centre for Sustainable Development Studies and Dialogue: ACSDSD)
 
การมีศูนย์ความร่วมมือด้านต่าง ๆ ตั้งอยู่ในประเทศไทย ทำให้ไทยได้ประโยชน์จากการเป็นเจ้าของพื้นที่ ไม่ว่าการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การเตรียมรับมือจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ การเตรียมรับมือกับสังคมผู้สูงวัยเพื่อให้มีชีวิตในวัยเกษียณได้อย่างมีความสุข การให้ความช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติไม่ว่าจะเกิดขึ้นในประเทศใดในอาเซียนก็จะมีศูนย์ฯ ที่ให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงที การเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านศูนย์วัฒนธรรมอาเซียนที่ได้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการนำเสนอข้อมูลให้น่าสนใจ และการได้แบ่งบันประสบการณ์ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยและอาเซียน
 
นอกจาก ประเด็นสำคัญที่ไทยต้องขับเคลื่อนในฐานะประธานอาเซียนและการเป็นที่ตั้งศูนย์ฯ ความร่วมมือด้านต่าง ๆ ของอาเซียนทั้ง 7 ศูนย์ การประชุมสุดอาเซียนและการประชุมที่เกี่ยวข้องที่จะเกิดขึ้นในระหว่างที่ไทยเป็นประธานอาเซียนตลอดปี 2562 ประเทศไทยยังได้รณรงค์ให้การจัดการประชุมทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปีนี้ กว่า 280 การประชุม ให้จัดการประชุมแบบ Green Meeting หรือการประชุมสีเขียว โดยรณรงค์ให้ใช้วัสดุหรืออุปกรณ์ในการจัดการประชุมเป็นชนิดย่อยสลายได้ วัสดุที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้ได้อีก การลดปริมาณการใช้หลอดพลาสติก เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อมและลดปริมาณขยะพลาสติกต่อไป
 
 
ข้อมูล: กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม เรียบเรียง/อินโฟกราฟิก ส่วนอาเซียน กปส.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์