หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวเด่นอาเซียน
เปิด 24 ชั่วโมง ด่านสะเดา สงขลา และด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ มาเลเซีย

18 มิถุนายน 2019 (จำนวนคนอ่าน 413)

นายชัยสิริ อนะมาน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทวงการต่างประเทศ กล่าวระหว่างแถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย ณ ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยว ชั้น G ด่านศุลกากรบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ว่า การขยายเวลาทำการของด่านสะเดา จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย เป็น 24 ชั่วโมง มีระยะเวลาทดลอง 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายนถึง 16 กันยายน 2562 ซึ่งจะครอบคลุมเฉพาะการขนส่งสินค้าและพัสดุ โดยประเภทรถต้องเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถพ่วง และจำกัดคนบนรถเพียงสองคนคือคนขับรถและผู้ช่วยคนขับรถเท่านั้น ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการค้าและการขนส่งสินค้าข้ามแดนขยายตัว เนื่องจากผู้ประกอบการสามารถขนส่งสินค้าข้ามแดน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง และทำให้ผู้ประกอบการสามารถส่งสินค้าไปยังปลายทางได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เน่าเสียง่าย
 
นอกจากนี้ สินค้าที่ขนส่งผ่านด่านสะเดาไม่เพียงแต่เป็นสินค้าที่ส่งไปยังมาเลเซีย แต่ส่วนใหญ่จะถูกส่งไปยังท่าเรือปีนังเพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สามทั้งในและนอกภูมิภาค การย่นระยะเวลาในการขนส่งจึงช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการทั้งยังสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประกอบการและความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนต่างชาติได้อีกด้วย
 
สำหรับด่านศุลกากรสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม เป็น 1 ใน 10 ด่านศุลกากรชายแดนไทย-มาเลเซียที่สำคัญ เมื่อปี 2561 มีมูลค่าการค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย ถึง 571,927.54 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50.85 ของมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
 
โดยสินค้าที่ส่งออกสำคัญของไทยที่ผ่านด่านสะเดา ได้แก่ ยางธรรมชาติ , เครื่องประมวลผลข้อมูล , ส่วนประกอบเครื่องจักร , เครื่องสันดาปภายใน และสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องประมวลผลข้อมูล , อุปกรณ์เกี่ยวกับการบันทึกเสียง , ส่วนประกอบเครื่องจักรและเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งการเปิดด่าน 24 ชั่วโมงในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกในความร่วมมือระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการอำนวยความสะดวกแก่การขนส่งข้ามพรมแดน แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับมาเลเซีย ซึ่งจะกลายเป็นต้นแบบในการพัฒนาความเชื่อมโยง การค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ต่อไป และเป็นการสะท้อนถึงความร่วมมืออย่างจริงจังเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของไทยและรัฐทางภาคเหนือของมาเลเซีย เพื่อให้เกิดความเจริญ ความสงบสุขและเสริมสร้างความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยอีกด้วย
 
 
ที่มา สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์