หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวเด่นอาเซียน
ความคืบหน้าการลงทุนการก่อสร้างระบบโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub)

29 พฤษภาคม 2019 (จำนวนคนอ่าน 645)

(28พ.ค.62)คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอรายงานความคืบหน้าการลงทุนการก่อสร้างระบบโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำเส้นใหม่ และโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กิจกรรมที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) สรุปได้ดังนี้
 
1. เดิมคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (19 มกราคม 2559) เห็นชอบในหลักการโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ วงเงิน 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ 1) การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ วงเงิน 15,000 ล้านบาท และ 2) การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) วงเงิน 5,000 ล้านบาท ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (7 ธันวาคม 2559) เห็นชอบแนวทางการดำเนินโครงการฯ กิจกรรมที่ 2 โดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มอบหมายให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (บมจ. กสท โทรคมนาคม) เป็นผู้ดำเนินการแทน และคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (16 พฤษภาคม 2560) รับทราบผลการดำเนินโครงการฯ และให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและรายงานความก้าวหน้าให้คณะรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ
 
2. คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (1 สิงหาคม 2560) เห็นชอบในหลักการการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ กิจกรรมที่ 2 และกิจกรรมย่อยภายใต้โครงการ ASEAN Digital Hub ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติแล้วให้ดำเนินการต่อไปได้ และให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ บมจ. กสท โทรคมนาคมเร่งรัดการดำเนินโครงการฯ รวมทั้งให้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินการ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขปัญหาเสนอคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นระยะ ๆ นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ (5 กุมภาพันธ์ 2562) เร่งรัดการพิจารณาประเด็นข้อหารือที่ยังไม่ได้ข้อยุติในโครงการดังกล่าวให้ได้ข้อยุติชัดเจนโดยเร็ว และมอบหมายให้กระทรวงการคลัง รับไปประสานและเร่งรัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้แจ้งผลการพิจารณาไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเร็ว
 
3. ในครั้งนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รายงานความคืบหน้าโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ กิจกรรมที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Digital Hub) ประกอบด้วย 3 กิจกรรมย่อย สรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้
 
3.1 การจัดหาอุปกรณ์เพิ่มความจุโครงข่ายเชื่อมโยงไปชายแดนฯ ความจุรวม 2,300 Gbps บมจ. กสท โทรคมนาคม ได้ลงนามในสัญญาจ้าง เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจนับอุปกรณ์ก่อนนำไปติดตั้ง 151 สถานีทั่วประเทศ ทั้งนี้ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2562 ซึ่งเป็นไปตามแผนที่กำหนด (ผลดำเนินการคิดเป็นร้อยละ 68)
3.2 การขยายความจุโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศระบบที่มีอยู่ 1,770 Gbpsบมจ. กสท โทรคมนาคม ได้ขยายความจุและส่งมอบสิทธิการใช้งานแก่ ดศ. แล้ว เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2561 (ผลดำเนินการคิดเป็นร้อยละ 98)
3.3 การร่วมก่อสร้างโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศระบบใหม่เชื่อมต่อประเทศไทยกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ความจุเบื้องต้น รวม 200 Gbps
3.3.1 ด้านการลงทุน บมจ. กสท โทรคมนาคม ได้พิจารณาแนวทางการลงทุนในระบบเคเบิลใต้น้ำ ASIA Direct Cable (ADC) ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงตรงระหว่างประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง และญี่ปุ่น เป็นเส้นทางหลัก (Trunk) และมีการต่อเชื่อม Branch กับประเทศไทย จีน เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเกาหลีใต้ โดยคาดว่าจะมีการลงนามในเอกสารข้อตกลงระหว่างภาคีสมาชิกภายในเดือนพฤษภาคม 2562 และลงนามสัญญาจ้างภายในเดือนมิถุนายน 2562 ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2563 และสามารถทดสอบระบบรวมถึงส่งมอบสิทธิการใช้งานให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ภายในปี 2564
 
ระบบ ADC ถูกออกแบบด้วยเทคโนโลยีให้มีเส้นทางเสมือนการเชื่อมต่อตรง (Direct Route) โดยมีจุดขึ้นบกที่สถานีเคเบิลใต้น้ำชลี 3 ศรีราชา ประเทศไทยไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และระหว่างประเทศไทยไปยังสิงคโปร์ โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งอ้อมผ่านประเทศอื่น จึงมีส่วนช่วยสนับสนุนโครงการ Digital Park ตามนโยบาย EEC ของประเทศไทย
 
3.3.2 ด้านงบประมาณ งบประมาณลงทุนที่ใช้ในการก่อสร้างระบบ ADC ในส่วนของ บมจ. กสท โทรคมนาคม คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 60-65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทุกภาคีสมาชิกจะต้องร่วมลงทุนในเส้นทางหลักคิดเป็นร้อยละ 6.25 ของค่าก่อสร้างเส้นทางหลักทั้งหมดและส่วนของการเชื่อมต่อที่ไม่ใช่เส้นทางหลัก ภาคีสมาชิกจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างเองทั้งหมด
 
ในส่วนของการขอรับการจัดสรรงบประมาณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะขอรับการจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 1,000 ล้านบาท เพื่อทดแทนงบประมาณเดิมที่ถูกพับไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 และได้ขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 1,000 ล้านบาทไว้แล้ว
 
3.3.3 ด้านกฎหมาย การลงทุนระบบเคเบิลใต้น้ำ ADC เป็นการดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งทรัพย์สินที่ได้จากการดำเนินงาน ไม่สามารถโอนให้กับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้แต่สามารถส่งมอบสิทธิการใช้งานได้
3.3.4 ด้านประโยชน์ที่ได้จากระบบ ADC ASEAN Digital Hub จำเป็นต้องมีเส้นทางที่หลากหลาย มีเส้นทางที่เชื่อมตรง (Direct Route) ไปยังปลายทางสำคัญ หรือ Hub ภูมิภาคอื่นอย่างมีประสิทธิภาพ ใช้เวลาน้อยที่สุด โดยระบบ ADC นั้น มีปลายทางไปยังประเทศที่เป็น Hub ในภูมิภาคใกล้เคียงหลายประเทศ เช่น จีน (ฮ่องกง) สิงคโปร์ ญี่ปุ่น
 
ระบบ ADC เป็นระบบเคเบิลใต้น้ำที่ติดต่อตรงกับประเทศต่าง ๆ เช่น จีน (ฮ่องกง) เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อีกทั้งเป็นระบบที่สามารถเข้าถึงตรงได้จากพื้นที่ Digital Park Thailand ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ บมจ. กสท โทรคมนาคม อยู่ระหว่างเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น 5G, AI, Cloud, IoTs, Smart City, Big Data ซึ่งการที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้านอุตสาหกรรมดิจิทัลดังกล่าวได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีระบบการสื่อสารทั้งในประเทศและระหว่างประเทศที่เพียงพอและหลากหลาย สามารถเชื่อมต่อกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค เช่น เมียนมา กัมพูชา ลาว เวียดนาม จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ได้ด้วยความจุช่องสัญญาณและเส้นทางสำรองที่เพียงพอ
 
เมื่อการก่อสร้างระบบ ADC แล้วเสร็จ (คาดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า) จะทำให้ประเทศไทยมีปริมาณความจุและเส้นทางเชื่อมโยงผ่านระบบเคเบิลใต้น้ำไปจีนและฮ่องกงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเส้นทาง สามารถรองรับความต้องการใช้งานที่จะเพิ่มสูงขึ้นจากการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้โครงข่ายระหว่างประเทศของไทย โดยเฉพาะระหว่างไทยกับจีนมีความหลากหลาย มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งเมื่อรวมกับการดำเนินโครงการ ASEAN Digital Hub กิจกรรมย่อยที่ 1 และ 2 ที่มีการขยายความจุโครงข่ายเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน และการขยายความจุโครงข่ายเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศของระบบที่มีอยู่เดิมแล้ว จะทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของการเชื่อมต่อของภูมิภาคพร้อมสู่การเป็น ASEAN Digital Hub อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยจะเป็น ASEAN Digital Hub ได้อย่างสมบูรณ์ ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เอื้อต่อการดึงดูด Content Provider และต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เช่น มาตรการกำหนดอัตราค่าใช้ไฟฟ้าหรืออาจได้รับการชดเชยจากภาครัฐที่สามารถแข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศอื่น รวมถึงมาตรการจูงใจทางภาษี
 
อนึ่ง ในเรื่องของการบริหารจัดการทรัพย์สินที่เกิดขึ้น ได้แก่ สิทธิการใช้งานวงจร ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ได้มีหนังสือตอบข้อหารือ (การดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562) สรุปได้ว่า สิทธิการใช้งานวงจรถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามข้อตกลงระหว่างภาคีสมาชิก โดยภาคีทั้งหลายต้องตกลงยินยอมร่วมกันตามจำนวนเงินลงทุน ถ้าระหว่างภาคีสมาชิกไม่ตกลงยินยอมร่วมกันทรัพย์สินนี้ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ สิทธิการใช้งานวงจร จึงมิใช่พัสดุที่จัดซื้อจัดจ้างตามคำนิยามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ พ.ศ. 2540 สำหรับกรณีการนำสิทธิการใช้งานวงจรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายใต้กิจกรรมการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศไปอนุญาตให้ บมจ. กสท โทรคมนาคม ใช้งาน จึงเป็นการที่สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจะอนุญาตให้ บมจ. กสท โทรคมนาคม ใช้ทรัพย์สินของตน ย่อมเป็นดุลยพินิจของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ที่จะพิจารณา แต่ควรกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการควบคุมเพื่อรองรับในเรื่องของสิทธิการเข้าใช้งานโครงข่ายดังกล่าวด้วย
 
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม อยู่ระหว่างดำเนินการรับมอบทรัพย์สินที่เกิดขึ้นภายใต้โครงการ ASEAN Digital Hub ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจะพิจารณาแนวทางการอนุญาตให้สิทธิการใช้งานวงจรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ บมจ. กสท โทรคมนาคม นำไปใช้งานตามวัตถุประสงค์ของโครงการต่อไป ซึ่งจะทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างประเทศไทยกับประเทศต่าง ๆ มีค่าบริการที่ต่ำลง ส่งผลให้ผู้บริการโทรคมนาคม ผู้ประกอบธุรกิจดิจิทัล รวมถึงผู้ให้บริการเนื้อหา (Content) มีต้นทุนที่ลดลง โดยต้นทุนที่ลดลงจะได้รับการส่งต่อไปยังผู้บริโภคในที่สุด
 
 
ที่มา www.thaigov.go.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์