หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
อาเซียนตั้งเป้า RCEP จบปีนี้ จับเข่าคุยสมาชิกทำท่าทีร่วม พร้อมจี้ 6 คู่เจรจาเปิดตลาดสินค้าเพิ่ม

24 เมษายน 2019 (จำนวนคนอ่าน 766)

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) วันที่ 22 - 23 เมษายน 2562 ที่ จ.ภูเก็ต รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้รับทราบความคืบหน้าการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ระหว่างอาเซียน 10 ประเทศ และคู่เจรจา 6 ประเทศ คือ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งในบางเรื่องที่ยังติดขัด และอาเซียนยังไม่มีท่าทีเป็นหนึ่งเดียวกัน รัฐมนตรีจะพยายามผลักดันให้อาเซียนหาท่าทีร่วมกันให้ได้ ก่อนที่จะนำไปเจรจากับคู่เจรจา 6 ประเทศ
 
สำหรับเรื่องที่อาเซียนยังไม่มีท่าทีร่วมกัน อย่างการคุ้มครองการลงทุนที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะใช้วิธีการใดระงับข้อพิพาทระหว่างนักลงทุนของสมาชิก RCEP กับรัฐบาลของประเทศผู้รับการลงทุน หากรัฐบาลออกนโยบาย หรือมาตรการที่มีผลกระทบต่อการลงทุน เช่น จะเปิดให้นักลงทุนฟ้องร้องรัฐบาลผู้เปิดรับการลงทุนได้หรือไม่ หรือจะมีกระบวนการหารือ กระบวนการระงับข้อพิพาททางเลือก หรือกระบวนอนุญาโตตุลาการ เป็นต้น
 
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้าที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะกำหนดสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในสมาชิก RCEP ในอัตราเท่าไร เพื่อให้สินค้าที่ผลิตได้สามารถได้รับสิทธิประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีนำเข้า หรือไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ซึ่งบางประเทศต้องการให้กำหนดสัดส่วนสูง เช่น 60% แต่บางประเทศต้องการให้ต่ำกว่านี้ รวมถึงเรื่องพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีบางประเด็นยังตกลงกันได้
 
สำหรับความคืบหน้าการเจรจาในภาพรวม ล่าสุดการเปิดตลาดการค้าสินค้า การค้าบริการ และการลงทุน คืบหน้าไปมากแล้ว โดยเป้าหมายที่จะให้สมาชิกลดภาษีสินค้า 90 - 92% ของรายการสินค้าและมูลค่าสินค้าที่ค้าขายระหว่างกัน โดยอาเซียนลดได้ตามเป้าหมายแล้ว ส่วนคู่เจรจาทั้ง 6 ที่มีความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับอาเซียนได้เปิดให้อาเซียนตามเป้าหมาย แต่คู่เจรจาทั้ง 6 ที่ไม่เคยทำ FTA ร่วมกันมาก่อน เช่น จีน-อินเดีย จีน-ญี่ปุ่น จีน-เกาหลี ยังเปิดไม่ถึงเป้าหมาย ส่วนใหญ่จะเปิดประมาณ 80% ซึ่งคงต้องหารือแบบทวิภาคีกันต่อไป แต่คู่เจรจาต้องส่งข้อเสนอการเปิดตลาดภายในเดือนมิถุนายน 2562 และคณะกรรมการเจรจาจัดทำ RCEP ต้องสรุปให้เสร็จภายในเดือนกรกฎาคม ก่อนนำเสนอให้รัฐมนตรี RCEP พิจารณาในเดือนสิงหาคมในการประชุมที่ออสเตรเลีย
 
"ทั้ง 16 ประเทศต้องพยายามเร่งการเจรจาให้เสร็จภายในปีนี้ เพราะปัจจุบันการค้าโลกมีความไม่แน่นอนสูง และยังไม่รู้ว่าประเทศใดจะนำมาตรการกีดกันการค้ามาใช้อีก ซึ่งจะกระทบต่อการค้าโลก หาก RCEP สรุปการเจรจา และประกาศความสำเร็จในเดือนพฤศจิกายน 2562 ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ น่าจะทำให้ในปี 2563 สมาชิกจะลงนามความตกลงและน่าจะมีผลบังคับใช้ได้ ซึ่งจะทำให้การค้า การลงทุนระหว่างกันขยายตัวมากขึ้นและเข้มแข็งมากขึ้น เพราะ RCEP จะเป็นตลาดการค้าและการลงทุนที่ใหญ่สุดในโลก ครอบคลุม 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลก มีประชากรรวมกันกว่า 3,500 ล้านคน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศกว่า 23 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ”
 
ล่าสุด RCEP เจรจาเสร็จไปแล้ว 7 เรื่อง ได้แก่ บทเกี่ยวกับมาตรการสุขอนามัยพืชและสัตว์ กฎระเบียบทางเทคนิค สถาบัน พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่วนอีก 13 เรื่องที่อยู่ระหว่างการเจรจา เช่น พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ การระงับข้อพิพาท การแข่งขัน ทรัพย์สินทางปัญญา การเงิน โทรคมนาคม การเยียวยาทางการค้า และกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า รวมถึงการเปิดตลาดการค้าสินค้า บริการ และการลงทุน
 
 
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์