หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
อาเซียนเดินหน้าแก้อุปสรรคทางการค้า พร้อมตั้งเป้าลดต้นทุนการทำธุรกรรมลง 10% ภายในปี 63

9 เมษายน 2019 (จำนวนคนอ่าน 169)

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเผยอาเซียนยืนยันลดอุปสรรคทางการค้า ใช้มาตรการที่มิใช่ภาษีเมื่อจำเป็น และจะทบทวนเป็นระยะ พร้อมตั้งเป้าลดต้นทุนการทำธุรกรรมลง 10% ภายในปี 63 ทั้งการตรวจปล่อยสินค้า การออกใบอนุญาต เล็งเพิ่มเครื่องมือและกลไกช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าในอาเซียนด้วย ระบุยังได้รับข้อเสนอของภาคเอกชน ขยายมูลค่าขั้นต่ำของการขนส่งสินค้าที่ซื้อขายผ่านออนไลน์
 
ผลการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาร่วมด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าของอาเซียน (ASEAN Trade Facilitation-Joint Consultative Committee : ATF-JCC) ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 2 - 3 เมษายน 2562 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้ากิจกรรมที่สมาชิกอาเซียนจะต้องเร่งดำเนินการ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างสมาชิก ตามที่คณะมนตรีอาเซียนได้ตกลงกันไว้ในปี 2561 เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าและผลกระทบของการใช้มาตรการที่มิใช่ภาษี โดยพบว่า สมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ยืนยันความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามหลักการที่ตกลงกันไว้ เช่น จะใช้มาตรการที่มิใช่ภาษีเมื่อจำเป็นและมีเหตุผลอันควร มีการหารือรับฟังความเห็นผู้มีส่วนได้เสียก่อนใช้มาตรการ เผยแพร่รายละเอียดของมาตรการเพื่อความโปร่งใส ประเมินผลของมาตรการที่ใช้ และปรับปรุงทบทวนมาตรการเป็นระยะ เป็นต้น
 
ทั้งนี้ อาเซียนยังพร้อมที่จะลดต้นทุนการทำธุรกรรม (trade transaction cost) ในประเทศลงร้อยละ 10 ภายในปี 2563 ตามมติที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน โดยมอบให้สถาบันวิจัยเศรษฐกิจเพื่ออาเซียนและเอเชียตะวันออก (ERIA) คำนวณตัวเลขที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการลดต้นทุนการทำธุรกรรม เช่น ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจปล่อยสินค้า ณ ด่านศุลกากร ระยะเวลาที่สินค้าพักรอที่ท่าเรือ และระยะเวลาที่ใช้ในการออกใบอนุญาต เป็นต้น โดยคาดว่าจะศึกษาเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2562
 
ขณะเดียวกัน อาเซียนยังได้หารือการพัฒนาเครื่องมือและกลไกที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก เช่น การตั้งคณะกรรมการแห่งชาติด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้าเพื่อเป็นหน่วยประสานงาน กำหนดและติดตามนโยบายการอำนวยความสะดวกทางการค้าของสมาชิกอาเซียน การจัดทำคลังข้อมูลการค้าของประเทศ และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสมาชิก เพื่อรวมเป็นคลังข้อมูลการค้าของอาเซียน การพัฒนาระบบการเชื่อมโยงเอกสารรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าของอาเซียนผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (ASEAN Single Window) ซึ่งปัจจุบันเชื่อมโยงกันได้แล้ว 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์และเวียดนาม โดยเหลืออีก 5 ประเทศ ได้แก่ บรูไน กัมพูชา ฟิลิปปินส์ เมียนมา และ สปป.ลาว ที่แสดงความพร้อมที่จะเชื่อมโยงให้เสร็จภายในปีนี้ โดยระบบดังกล่าวจะช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบเอกสารการนำเข้า-ส่งออกสินค้า การตรวจปล่อยสินค้า และลดต้นทุนของภาคธุรกิจ
 
ที่ประชุมยังได้หารือข้อเสนอจากสภาธุรกิจร่วม (Joint Business Council: JBC) ซึ่งประกอบด้วยสภาธุรกิจที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน สภาธุรกิจอียู-อาเซียน และสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน ที่เสนอให้อาเซียนพิจารณาขยายเพดานมูลค่าขั้นต่ำของการขนส่งสินค้าที่ซื้อขายผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Low Value Shipment : LVS) โดยปัจจุบันอาเซียนได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ภายใต้โครงการ USAID-IGNITE ในการศึกษาแนวปฏิบัติของสมาชิกอาเซียน และประเทศคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่อาเซียนจะใช้วิเคราะห์ ประเมินผลดีและผลเสีย ประกอบการพิจารณาแนวปฏิบัติของอาเซียนในเรื่องนี้ต่อไป
 
ทั้งนี้ อาเซียนให้ความสำคัญกับการปรับปรุงการอำนวยความสะดวกทางการค้าแก่ภาคธุรกิจ เนื่องจากจะช่วยให้การค้าระหว่างอาเซียนราบรื่น คล่องตัวและขยายตัวได้มากขึ้น โดยในปี 2561 การค้าระหว่างไทยกับอาเซียนมีมูลค่าสูงถึง 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% แบ่งเป็นการส่งออกจากไทยไปอาเซียน 6.84 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้า 4.54 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย ด้วยสัดส่วนการค้าสูงถึง 22.7%
 
 
ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์