หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
DITP แนะทุนไทยบุกลงทุนโรงแรม ที่พัก บริการในอินเดีย รองรับท่องเที่ยวขยายตัว

29 มกราคม 2019 (จำนวนคนอ่าน 510)

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยถึงทิศทางตลาดและโอกาสของธุรกิจโรงแรมในอินเดียว่า ขณะนี้รัฐบาลอินเดียได้มีนโยบายในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ในธุรกิจบริการที่พัก โรงแรม เพื่อสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว เพราะเป็นส่วนที่จะช่วยเพิ่มการสร้างงานในประเทศ และสนับสนุนให้มีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลอินเดียได้ผลักดันให้ธุรกิจที่พัก โรงแรม ธุรกิจบริการด้านการประชุมและการแสดงสินค้าต่างๆ (MICE) และบริการอื่น ๆ อาทิ สปา และสถานบันเทิง เป็นต้น โดยกำหนดให้เป็นหนึ่งใน 10 สาขาสำคัญที่จะส่งเสริมการลงทุน และอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นในกิจการได้สูงสุด 100%
 
ทั้งนี้ นอกเหนือจากมาตรการส่งเสริมการลงทุน รัฐบาลอินเดียยังได้เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวในรัฐต่าง ๆ ทั่วอินเดียภายใต้โครงการ Swadesh Darshan ที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตามจุดเด่นของแต่ละภูมิภาค หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษด้านการท่องเที่ยว เช่น แหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนา/วัฒนธรรม เชิงสุขภาพและการแพทย์ รวมถึงการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล และยังมีมาตรการสนับสนุนด้านการออกวีซ่า และการเข้ามาใช้บริการรักษาพยาบาลในอินเดีย ส่วนในด้านตลาดต่างประเทศ รัฐบาลได้กระตุ้นตลาดภายใต้แคมเปญ Incredible India 2.0 โดยตั้งเป้าจะดึงดูดให้ชาวต่างชาติมาเยือนอินเดียไม่น้อยกว่า 20 ล้านคนในปี 2020 โดยสถิติในปัจจุบันพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มาจากบังกลาเทศ อเมริกา และยุโรป ตามลำดับ ในขณะที่นักท่องเที่ยวจีนและมาเลเซียมีจำนวนมากติดอันดับ โดยมีสัดส่วนประมาณ 3%
 
"ในภาพรวม ห้องพักในอินเดียยังมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่มีจำนวนมากถึง 1,600 คน และขยายตัวประมาณ 10% ต่อปี ในปี 2017 - 2018 พบว่าอัตราการเข้าพักของโรงแรมโดยเฉลี่ยทั่วทั้งอินเดียอยู่ที่ 66.6% ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าในช่วงปี 2018 – 2021 ความต้องการจะขยายตัวที่ 12% แต่ปริมาณห้องพักจะเพิ่มขึ้นมารองรับได้เพียง 8% ในขณะที่ Credit Rating Agency (ICRA) คาดการณ์ว่าอัตราการเข้าพักในอินเดียจะสูงสุดในปี 2021 - 2022 ที่ประมาณ 69 - 70%”
 
น.ส.บรรจงจิตต์กล่าวว่า จากแนวโน้มการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวและนโยบายส่งเสริมการลงทุนของรัฐบาลอินเดีย จึงเป็นสัญญาณในทางบวก และโอกาสที่ผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่พักในอินเดีย โดยควรศึกษาลู่ทางเข้ามาลงทุนภายใน 1 - 2 ปีนี้ เพื่อความได้เปรียบจากการเข้าถึงตลาด ด้วยการสร้างความคุ้นเคยและเชื่อมโยงกับเครือข่ายทางการตลาดก่อนคู่แข่ง ซึ่งจากการศึกษาของ HVS Global Hospitality Services พบข้อสังเกตว่า โรงแรมในอินเดียที่เริ่มกิจการก่อนจะสามารถมีอัตราการเข้าพักที่สูงกว่าโรงแรมที่เริ่มกิจการในภายหลัง และยังมีราคาเฉลี่ยต่อห้องที่สูงกว่าโรงแรมที่เริ่มกิจการในภายหลัง
 
สำหรับโอกาสในการลงทุนสามารถเข้าไปลงทุนโรงแรมขนาดใหญ่ จนถึงโรงแรมราคาประหยัด และ Guest House โดยเฉพาะในเมืองรองต่าง ๆ ทั่วอินเดีย เช่น Surat, Ahmedabad, Mangalore, Kochi, Thiruvanathpuram, Bhopal, Indore, Nagpur, Dehradun และ Darjeeling รวมถึงควรพิจารณาเข้าไปลงทุนทำธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ รองรับผู้ที่ต้องการพักอาศัยในระยะยาวหรือชาวต่างชาติที่เข้าไปบุกเบิกธุรกิจในเมืองรองต่างๆ และนอกเหนือจากที่พัก ก็มีโอกาสลงทุนทำร้านอาหาร คาราโอเกะ บริการนวด สปา การจัดเลี้ยง การแสดง นิทรรศการ จับคู่ธุรกิจ และร้านของที่ระลึก รวมถึงจัดการประชุมให้กับหอการค้าในพื้นที่ด้วย
 
ส่วนการเข้าไปลงทุนควรหาหุ้นส่วนชาวอินเดีย เพื่อลดอุปสรรคและปัญหาต่าง ๆ และใช้บริการ Project Planner เพื่อให้คำปรึกษาด้านการออกแบบและจัดการผู้รับเหมา และในด้านการตลาดควรใช้การตลาดออนไลน์แบบ Hotel Direct ควบคู่ไปกับการใช้ช่องทางจำหน่ายผ่าน Online Travel Aggregator (OTA) โดยจัดโปรโมชั่นพิเศษให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย อาทิ ผู้สูงอายุ นักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว/หมู่คณะ เพื่อสร้างความผูกพันและการกลับมาใช้บริการซ้ำในลักษณะสมาชิกของโรงแรม
 
 
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์