หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวเด่นอาเซียน
อาเซียน-อินเดีย ตั้งเป้าหมายทางการค้าระหว่างกัน จำนวน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2022

22 พฤศจิกายน 2018 (จำนวนคนอ่าน 735)

นายกรัฐมนตรียินดีที่ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดียมีความก้าวหน้าอย่างดีในทั้ง 3 เสาความร่วมมือของประชาคมอาเซียน และยินดีกับอินเดียที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย ในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ที่กรุงนิวเดลี เมื่อเดือนมกราคม ภายใต้หัวข้อ "ค่านิยมร่วมกัน เป้าหมายเดียวกัน” ทั้งนี้การรับรองปฏิญญาเดลี สะท้อนเจตนารมณ์ของผู้นำอาเซียนและอินเดียในการขับเคลื่อนความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างอาเซียนกับอินเดียในมิติการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมและวัฒนธรรม โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำประเด็นสำคัญ ดังนี้
 
อาเซียนเน้นย้ำว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการขยายมูลค่าการค้าและการลงทุนของทั้งสองฝ่าย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการค้าระหว่างกัน จำนวน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี ค.ศ. 2022 โดยผ่านการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-อินเดียอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ การขจัดข้ออุปสรรคทางการค้า และยึดมั่นระบบการค้าที่เสรี เป็นธรรม และอยู่ภายใต้กฎกติกา รวมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนและเครือข่ายระหว่างภาคธุรกิจ
 
อาเซียนสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมและรายย่อย (เอ็มเอสเอ็มอี) และการสนับสนุนห่วงโซ่มูลค่าของภูมิภาคและเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค โดยมุ่งมั่นที่จะสรุปการเจรจาความตกลงอาร์เซ็ปในปี 2019 อาเซียนยินดีกับการจัดตั้งเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (เอเอสซีเอ็น) และพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนที่มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างอินเดียและเมืองนำร่องภายใต้เครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน
 
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าอาเซียนให้คุณค่ากับการสนับสนุนของอินเดียต่อความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ซึ่งรวมถึงผ่านแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน (เอ็มแพ็ค) 2025 และแผนงานฉบับที่ 3 ภายใต้ข้อริเริ่ม เพื่อการรวมตัวของอาเซียน (ไอเอไอ) พร้อมชื่นชมในความพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้โครงการทางหลวงสามฝ่ายอินเดีย-เมียนมา-ไทยเสร็จสมบูรณ์ รวมถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาความเชื่อมโยงทางทะเลและอากาศระหว่างอาเซียนและอินเดีย นอกจากนี้ อาเซียนยังมุ่งหวังให้การเจรจาความตกลงด้านการขนส่งทางอากาศอาเซียน-อินเดีย (เอไอ-เอทีเอ) และความตกลงด้านการขนส่งทางทะเลอาเซียน-อินเดีย (ไอเอ-เอ็มทีเอ) ได้ข้อสรุปโดยเร็วตามที่รัฐมนตรีขนส่งอาเซียนได้ตกลงกันไว้ และยินดีกับข้อเสนอของอินเดียที่จะเสริมสร้างความร่วมมืออาเซียน-อินเดียให้เข้มแข็งยิ่งขึ้นในประเด็นทางทะเลด้วย
 
นายกรัฐมนตรียินดีที่สายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและอารยธรรมระหว่างอาเซียนและอินเดียเติบโตงอกงาม และสนับสนุนให้มีความร่วมมือเพิ่มมากขึ้นในด้านการท่องเที่ยว การแลกเปลี่ยนทางวิชาการและเยาวชน การศึกษา วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) การนำพาประชาชนอาเซียน และอินเดียให้มาใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นควรเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ควรผลักดัน
 
นอกจากนี้อาเซียนตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาและส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ ความปลอดภัย และเสรีภาพในการเดินเรือในและการบินผ่านเหนือทะเลจีนใต้ และประโยชน์ของการมีทะเลจีนใต้ในฐานะทะเลแห่งสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่ง อาเซียนยืนยันความสำคัญของ DOC อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และยินดีกับความคืบหน้าในการเจรจาที่มีสาระ เพื่อนำไปสู่ COC ตามกรอบเวลาที่เห็นชอบร่วมกัน
 
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าอาเซียนมุ่งมั่นจะทำงานร่วมกับอินเดียในการสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบภูมิภาคนิยมและพหุภาคีนิยม ในขณะเดียวกันอาเซียนชื่นชมอินเดียที่สนับสนุนความเป็นแกนกลางของอาเซียนผ่านกลไกลที่มีอาเซียนเป็นตัวเชื่อมและการมีส่วนร่วมของอินเดียในความร่วมมือด้านความมั่นคงในภูมิภาค
 
(15 พ.ย. 61) เวลา 08.30 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถ้อยแถลงอาเซียน (ASEAN Common Statement) ในฐานะที่ไทยเป็นผู้ประสานงานความสัมพันธ์อาเซียน-อินเดีย ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-อินเดีย อย่างไม่เป็นทางการ (ช่วงรับประทานอาหารเช้า) ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการ Suntec สิงคโปร์
 
 
 
ข้อมูล www.thaigov.go.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์