หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ผลการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) ครั้งที่ 17

15 พฤศจิกายน 2018 (จำนวนคนอ่าน 536)

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 33 ว่า ที่ประชุมรับทราบความสำเร็จการทำงานของเสาเศรษฐกิจของอาเซียนใน 13 เรื่องแบ่งได้เป็น 5 ด้าน ที่สำคัญ ดังนี้
 
ด้านที่ 1 การส่งเสริมนวัตกรรมและความเชื่อมโยงด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ อาเซียนประสบความสำเร็จในการจัดทำความตกลงว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียน ที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจพาณิขย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการจัดทำกรอบการบูรณาการด้านดิจิทัลของอาเซียน เพื่อเป็นแนวทางให้สมาชิกอาเซียนเชื่อมโยงถึงกันผ่านระบบดิจิทัลได้มากขึ้น
 
ด้านที่ 2 การปรับปรุงการอำนวยความสะดวกทางการค้าในอาเซียน ได้เริ่มใช้งานระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียนของสมาชิก 5 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ขณะที่ 5 ประเทศที่เหลือจะต้องผลักดันให้สำเร็จในปี 2562 ช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน รวมทั้งได้แก้ไขความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ATIGA) ให้รองรับการใช้งานระบบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง
 
ด้านที่ 3 การรวมกลุ่มการค้าบริการและการลงทุนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น มีการเปิดเสรีสาขาบริการเพิ่มเติม ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการอาเซียน (AFAS) ที่จะขยายโอกาสการลงทุนในสาขาบริการที่อาเซียนมีศักยภาพ รวมทั้งได้จัดทำความตกลงการค้าบริการอาเซียน (ATISA) และปรับปรุงความตกลงการลงทุนอาเซียน (ACIA) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและอำนวยความสะดวกการลงทุนในภูมิภาค โดยตั้งเป้าให้มีการลงนามความตกลงทั้ง 2 ฉบับ ในช่วงการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพในเดือนเมษายน 2562
 
ด้านที่ 4 การสร้างสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบ เช่น การจัดทำหลักเกณฑ์ในการสร้างอาคารสีเขียว เพื่อเป็นแนวทางสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียนในการสร้างอาคารประหยัดพลังงาน และ
 
ด้านที่ 5 การส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศนอกอาเซียน โดยเฉพาะการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) เป็นต้น
 
ที่ประชุมยังได้เห็นพ้องให้อาเซียนเตรียมพร้อมรับมือการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (4IR) และแสวงหาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค โดยไทยได้แสดงความตั้งใจที่จะสานต่อการดำเนินการเรื่องนี้ในปี 2562 ในช่วงที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียน อาทิ การเตรียมความพร้อมบุคลากรเพื่อรองรับ 4IR สำนักเลขาธิการอาเซียนออกผลการศึกษาจัดไทยอยู่ในกลุ่มประเทศผู้นำ (Leading) ของอาเซียนที่มีรากฐานทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการรองรับทิศทางในอนาคต เช่นเดียวกับสิงคโปร์ และมาเลเซีย นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังเห็นว่าในการเจรจาจัดทำความตกลง FTA ยุคใหม่ ได้มีการนำประเด็นใหม่ ๆ เช่น แรงงานและสิ่งแวดล้อม พลังงาน อีคอมเมิร์ซ มาหารือกัน อาเซียนจึงควรมีแนวทางและกำหนดท่าทีร่วมกัน เพื่อใช้ในการเจรจาความตกลงกับประเทศต่าง ๆ ในอนาคตต่อไป
 
 
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์ กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์