หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
พม. คืบหน้าโครงการธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุและการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนฯ

26 ตุลาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 359)

ภาพ : http://www.thaihealth.or.th/Content/37506

โฆษก พม. แถลงผลการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญ การดำเนินโครงการธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทย : ออมเวลา ปันสุข และการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ: การให้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
    
นางสุภัชชา สุทธิพล โฆษกกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยมีประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด และกำลังจะเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2564 ซึ่งจะมีประชากรผู้สูงอายุร้อยละ 20 และในปีพ.ศ. 2574 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุระดับสุดยอด โดยจะมีประชากรผู้สูงอายุถึงร้อยละ 28 โครงการ "ธนาคารเวลา” จึงเป็นแนวคิดในการส่งเสริมให้คนในสังคมดูแลซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น ผู้สูงอายุ และเด็ก ซึ่งได้มีการดำเนินการหลายประเทศทั่วโลก เช่น สวิสเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และญี่ปุ่น เป็นต้น โดยผู้ที่เป็นจิตอาสาธนาคารเวลาจะได้รับการดูแลกลับคืนเมื่อมีความต้องการและจำเป็นตามจำนวนเวลาที่ให้การดูแลผู้สูงอายุที่สะสมไว้ โดยในปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา กรมกิจการผู้สูงอายุ(ผส.) ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลดำเนินโครงการธนาคารเวลาสำหรับการดูแลผู้สูงอายุของประเทศไทยโดยการบูรณาการความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้การสนับสนุนในการบริหาร ในพื้นที่นำร่อง 42 พื้นที่ 28 จังหวัด โดยมีอาสาสมัครให้บริการจำนวน 497 คน

ในการนี้ มีสถิติการลงทะเบียนจิตอาสาในปีที่ผ่านมาจำนวน 120 ราย เป็นชาย 17 ราย และหญิง 103 ราย กิจกรรมที่จิตอาสาสนใจอยากทำมากที่สุด คือ เป็นเพื่อนพูดคุย อ่านหนังสือ และอำนวยความสะดวก ทั้งนี้ ช่วงอายุของผู้ลงทะเบียนจิตอาสาอยู่ในช่วงวัยทำงาน มีอายุไม่เกิน 59 ปี มากที่สุดจำนวน 89 คน และในวัยสูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวน 21 คน และมีจำนวนผู้ลงทะเบียนในพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครมากที่สุด จำนวน 66 ราย และรองลงมาคือ ภาคกลางจำนวน 40 ราย จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจิตอาสา โครงการธนาคารเวลา โดยสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์กรมกิจการผู้สูงอายุ www.dop.go.th เว็บไซต์กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ www.m-society.go.th เฟสบุ๊คธนาคารจิตอาสา (FB : Jitarsabank) หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่กองส่งเสริมสวัสดิการและคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ กรมกิจการผู้สูงอายุ โทร. 0 2642 4306 หรือสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300

นางสุภัชชา กล่าวต่อไปอีกว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ดำเนินการมาตรการให้เงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยได้มีรายได้ในการดำรงชีพเพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งแหล่งที่มาของเงินมาจาก 1) เงินบำรุงกองทุนผู้สูงอายุจากภาษีสรรพสามิต ในส่วนที่เกี่ยวกับสินค้าสุรา และยาสูบ อัตราไม่เกิน 4 พันล้านบาทต่อปี 2) โครงการบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ และ 3) เงินบริจาคจากบุคคลทั่วไปซึ่งอัตราการจ่ายเงินตามเกณฑ์รายได้ของผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนเพื่อบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีดังนี้ ผู้สูงอายุที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จ่ายเดือนละ 100 บาท สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี จ่ายเดือนละ 50 บาทโดยจ่ายทุกวันที่ 15 ของเดือน

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุสามารถสะสมเงินในบัตรเพื่อเก็บไว้ใช้ในเดือนต่อไปได้ โดยผู้สูงอายุสามารถกดเงินสดได้ที่ตู้ ATM ทุกสาขาของธนาคารกรุงไทย จำนวนขั้นต่ำ 100 บาท และไม่มีค่าธรรมเนียมและรูดซื้อสินค้าที่ร้านธงฟ้าผ่านแอพพลิเคชั่นถุงเงิน ทั้งนี้ ผส. จึงได้จัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างการรับรู้และเข้าใจแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้เพียงพอ และประสงค์ที่จะไม่ขอรับเบี้ยผู้สูงอายุ รวมถึงประชาชนทั่วไป เพื่อนำเงินบริจาคดังกล่าวไปช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ระยอง เชียงใหม่ นครราชสีมา และจังหวัดตรัง ภายในงานจะมีบูธนิทรรศการให้ความรู้ การจัดมินิคอนเสิร์ต การมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้บริจาคเงินเบี้ยยังชีพเข้ากองทุนผู้สูงอายุ พร้อมมอบเหรียญพระคลังเชิดชูเกียรติ และการหักลดหย่อนภาษี 1 เท่า สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองบริหารกองทุนผู้สูงอายุ หมายเลข 0 2354 6100

ที่มา : www.thaigov.go.th     


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์