หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ไทยจับมืออียูผลักดันใช้กลไก WTO แก้ไขปัญหาการกีดกันและตอบโต้ สกัดลุกลามเป็นสงครามการค้า

4 กรกฎาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 722)

ไทย-อียูเห็นพ้องผลักดัน WTO เข้ามามีบทบาทแก้ไขปัญหาการกีดกันและตอบโต้ทางการค้า ป้องกันสมาชิกใช้มาตรการจนลุกลามจนเป็นสงครามการค้า พร้อมหนุน WTO กำหนดกฎระเบียบการอุดหนุนประมง ช่วยรายย่อย กลาง และเล็กมีโอกาสค้าขาย และผลักดันพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เผยยังได้เดินหน้าแก้ปัญหาอียูออกกฎระเบียบทางการค้า ป้องกันผลกระทบผู้ประกอบการไทย
 
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะทำงานด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ครั้งที่ 13 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 - 3 กรกฎาคม 2561 ที่กรุงเทพฯ ว่า ที่ประชุมได้เน้นการหารือแลกเปลี่ยนถึงสถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบันที่หลายประเทศเริ่มมีการนำมาตรการกีดกันและตอบโต้ทางการค้ามาใช้กันมากขึ้น จนเกิดความตึงเครียดและเสี่ยงต่อการเกิดสงครามการค้า โดยไทยและอียูในฐานะสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ยืนยันที่จะร่วมมือกันในการผลักดันการทำงานของ WTO เพื่อให้ความสำคัญกับระบบการค้าพหุภาคี และให้สมาชิก WTO หลีกเลี่ยงการใช้มาตรการทางการค้าฝ่ายเดียวในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางการค้า
 
"ปัญหาเฉพาะหน้าของ WTO ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ จะต้องผลักดันให้ WTO แต่งตั้งสมาชิกองค์กรอุทธรณ์ที่ว่างอยู่ 3 ตำแหน่งให้ได้โดยเร็ว เพื่อให้องค์กรอุทธรณ์มีสมาชิกครบทั้ง 7 ตำแหน่ง เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้กลไกระงับข้อพิพาททางการค้าของ WTO เกิดการชะงักงัน โดยเฉพาะระบบระงับข้อพิพาท WTO ถือเป็นที่พึ่งของประเทศกำลังพัฒนาในการผลักดันให้ประเทศที่แพ้คดี ต้องปรับแก้ไขมาตรการ และดำเนินการตามผลคำตัดสินของคณะผู้พิจารณาและองค์กรอุทธรณ์ของ WTO”
 
ทั้งนี้ ไทยยังได้หารือกับอียูในการผลักดันการเจรจา WTO รอบโดฮาให้คืบหน้า โดยเฉพาะการจัดทำกฎระเบียบ WTO เรื่องการอุดหนุนประมง บทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้ประกอบการขนาดย่อยเล็กกลางในการค้าโลก และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ซึ่งรัฐมนตรี WTO เมื่อปี 2560 ได้มีมติให้เร่งดำเนินการ นางอรมนกล่าวว่า ไทยยังได้แสดงความเป็นห่วงในการใช้มาตรการและกฎระเบียบทางการค้าของอียู โดยเฉพาะการยกเลิกการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตจากพืชรวมทั้งน้ำมันปาล์มในปี 2573 โดยเหตุผลเรื่องการทำลายป่าไม้และเพิ่มก๊าซเรือนกระจก การออกกฎระเบียบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการเตรียมออกกฎระเบียบของสหภาพยุโรปเพื่อจัดเก็บภาษีดิจิทัลกับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ เป็นต้น เพราะมาตรการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อภาคเอกชนไทยที่ทำธุรกิจกับอียู จึงได้ขอให้อียูจัดหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงานและให้ข้อมูลในรายละเอียด เพื่อช่วยให้ฝ่ายไทยเข้าใจสาระสำคัญและแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายมากขึ้น
 
ส่วนอียูได้ให้ความสนใจและสอบถามไทยเรื่องการปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกทางการค้า ความคืบหน้าการจัดทำระบบการส่งสินค้าผ่านแดนระหว่างอาเซียน การปรับแก้ไขกฎหมายศุลกากรและสรรพสามิต เป็นต้น ซึ่งอียูเห็นว่า ไทยมีการปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้าที่ก้าวหน้าขึ้นมาก ทั้งกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายแข่งขันทางการค้า และกฎหมายศุลกากร ที่ช่วยทำให้บรรยากาศการค้าการลงทุนดีขึ้น
 
 
ที่มา : กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์