หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ทั่วโลกมีผู้ฉลองวันเกิดอายุครบ 60 ปี วินาทีละ 2 คน

3 กรกฎาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 211)

ปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) และจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอดในปี 2574 ภาวะประชากรสูงอายุเป็นแนวโน้มที่สำคัญของศตวรรษที่ 21 มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อทุกด้านของสังคม ทั่วโลกมีผู้ฉลองวันเกิดอายุครบ 60 ปี วินาทีละ 2 คน ปีละเกือบ 58 ล้านคน โดย 1 ใน 9 ของประชากรโลกมีอายุ 60 ปีขึ้นไป
 
วิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นทั่วโลก เพิ่มแรงกดดันทางการเงินในการสร้างความมั่นใจทั้งในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และการเข้าถึงการดูแลสุขภาพในยามสูงอายุ สถิติจากทั่วโลก 47 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงอายุชาย และ 23.8 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงอายุหญิงเข้าร่วมในกำลังแรงงาน รายได้ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นในการดำรงชีวิตและเพื่อรักษาความแข็งแรงของสุขภาพการทำงานช่วงสูงวัยตามความเหมาะสมตามความต้องการของตลาดแรงงาน
 
ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่กำลังขยับเรื่องนี้เต็มรูปแบบหลังจากมีกฎหมายมาบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2560 กฎหมายเรื่องการจ้างผู้สูงอายุและนำไปลดหย่อนภาษีได้มีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาประกาศยกเว้นภาษีแก่นายจ้างที่รับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปทำงานเท่ากับค่าจ้างที่จ่ายผู้สูงอายุ โดยต้องไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนลูกจ้างทั้งหมด
 
สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2559 เป็นต้นไป โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด กรณีที่ผู้สูงอายุทำงานในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหลายแห่งในเวลาเดียวกัน ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่รับผู้สูงอายุเข้าทำงานก่อนได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าว
 
นอกจากนี้ รายจ่ายจ้างผู้สูงอายุต้องไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท/เดือน โดยผู้สูงอายุจะต้องเป็นลูกจ้างของบริษัทนั้นอยู่แล้ว หรือได้ขึ้นทะเบียนหางานกับกระทรวงแรงงาน ต้องไม่เป็นหรือไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นของบริษัทที่จ้างหรือบริษัทในเครือปี 2525 องค์การสหประชาชาติจัดประชุมครั้งแรกในแผนปฏิบัติการเกี่ยวกับผู้สูงอายุ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และในปี 2541 ได้จัดประชุมที่เมืองมาเก๊า ประเทศจีน ได้ออกปฏิญญามาเก๊าเรื่องผู้สูงอายุในเอเชียและแปซิฟิกเพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของผู้สูงอายุ การรับรองสิทธิ และดำเนินการในเรื่องผู้สูงอายุบนพื้นฐานการมีอิสระ การมีส่วนร่วมการได้รับการดูแลเอาใจใส่ ความพึงพอใจ และมีศักดิ์ศรีในตนเอง
 
ในปี 2542 องค์การสหประชาชาติประกาศให้เป็นปีสากลของผู้สูงอายุ และเพื่อให้สอดคล้องกับปฏิญญาผู้สูงอายุมาเก๊า องค์กรผู้สูงอายุและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมกันจัดทำปฏิญญาผู้สูงอายุไทยขึ้นเพื่อถือปฏิบัติ ในทิศทางเดียวกัน และให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้สูงอายุไทยทัดเทียมกับคนทุกวัย ประกาศเป็น
 
ปฏิญญาผู้สูงอายุไทยเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2542 มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับผู้สูงอายุ 3 ประการ คือ ด้านมนุษยธรรม ด้านการศึกษา และด้านการพัฒนา สรุปคือ.-
-เกี่ยวข้องกับปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี การยอมรับได้อยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข การมีโอกาสได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ตามความต้องการ มีโอกาสทำงานถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของตน โดยได้รับค่าตอบแทน มีโอกาสได้เรียนรู้การดูแลสุขภาพอนามัยของตน และได้รับหลักประกันในบริการด้านสุขภาพ ได้รับโอกาสให้มีส่วนร่วมในครอบครัวและสังคม รัฐและองค์กรต่าง ๆ ต้องดำเนินการจัดการดูแลผู้สูงอายุให้เป็นไปตามเป้าหมายรัฐและประชาคมโลก ต้องมีกฎหมายเพื่อคุ้มครองผู้สูงอายุด้านต่าง ๆ และรัฐและสังคมต้องรณรงค์ ปลูกฝังค่านิยมให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าผู้สูงอายุ
 
การจ้างงานผู้สูงอายุ ช่วยสร้างรายได้ให้กับแรงงานสูงวัย ให้ดำเนินชีวิตได้อย่างมีศักดิ์ศรี ลดภาระและการพึ่งพิงครอบครัวและสังคมได้ ขณะเดียวกัน เป็นการส่งเสริมให้ประชากรที่ใกล้เข้าสู่วัยสูงอายุเตรียมความพร้อมทั้งด้านสุขภาพ สังคม และ เศรษฐกิจ เพื่อเป็นผู้สูงอายุที่มีคุณภาพและเป็นพลังของสังคมได้ยาวนาน
 
 
ข้อมูล สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เรียบเรียงโดย พรรณี ตั้งใจสถาปัตย์
 
 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์