หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ไทย - เมียนมา มุ่งส่งเสริมความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและผลักดันความร่วมมือทุกมิติ

15 มิถุนายน 2018 (จำนวนคนอ่าน 1264)

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2561) ณ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ อู วิน มยิน (H.E. U Win Myint) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ (Official Visit) และร่วมหารือข้อราชการ และเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ ACMECS ครั้งที่ 8 ซึ่งเป็นการเยือนทางการระดับทวิภาคีต่างประเทศครั้งแรกหลังจากดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองฝ่ายติดตามความก้าวหน้าของความร่วมมือและพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์โดยธรรมชาติ (Natural Strategic Partnership) ให้ใกล้ชิดและตอบสนองผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมความร่วมมือและผลักดันการพัฒนาตามแนวชายแดนและความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนไปด้วยกัน โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องในการจัดกิจกรรมในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ไทย - เมียนมา อาทิ การแสดงทางวัฒนธรรม การสัมมนาทางวิชาการ และนิทรรศการแสดงภาพเขียนของศิลปินแห่งชาติไทยและเมียนมา เป็นต้น ทั้งนี้ เมียนมายังมีความพร้อมในการจัดการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมทวิภาคี (JC) ไทย – เมียนมา ครั้งที่ 9 (ระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ) ในเดือนสิงหาคม 2561 เพื่อมุ่งสร้างผลประโยชน์ให้ทั้งสองประเทศ

ผู้นำไทยและเมียนมาต่างเน้นย้ำถึงความร่วมมือเพื่อการพัฒนาตามแนวชายแดน ซึ่งเป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ โดยจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดนและสามารถพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับผู้หนีภัยการสู้รบกลับเมียนมาให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืน โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังยินดีที่เมียนมาประสงค์ให้ไทยเข้าไปดำเนินโครงการพัฒนาชุมชนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ในเมียนมา จึงขอให้สองฝ่ายหารือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้โครงการมีความคืบหน้าและตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง และไทยพร้อมสนับสนุนความร่วมมือด้านการเกษตรและสาธารณสุข

ความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ทั้งสองฝ่ายยินดีที่มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการค้าชายแดน และจะแสวงหามาตรการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมแม่สอด–เมียวดี ให้เป็นพื้นที่นำร่อง นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียินดีที่เมียนมาออกกฎหมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกการลงทุนจากต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น จึงขอให้เมียนมาช่วยดูแลภาคเอกชนไทยที่เข้าไปลงทุนในเมียนมา และไทยยินดีส่งเสริมให้ภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในเมียนมาเช่นกัน นอกจากนี้ ผู้นำไทยและเมียนมาต่างเล็งเห็นถึงศักยภาพของความร่วมมือในโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย การเชื่อมโยงเส้นทางอย่างไร้รอยต่อ การเปิดจุดผ่านแดนถาวรเพิ่มเติมที่ด่านสิงขรและด่านห้วยต้นนุ่น ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ไทยและเมียนมา ยังช่วยส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนและวัฒนธรรมของทั้งสองฝ่ายมากยิ่งขึ้น

สำหรับความร่วมมือด้านแรงงาน นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยจะดูแลแรงงานทุกประเทศอย่างดีที่สุดเพราะแรงงานต่างชาติมีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเช่นกัน นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐและนายหน้าจัดหางานที่กระทำความผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาต่างยินดีที่ทั้งสองฝ่ายร่วมกันเร่งรัดกระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานเมียนมา และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันส่งเสริมแรงงานเข้ามาทำงานในไทยผ่านความตกลงฯ (MoU) ในกรอบรัฐต่อรัฐอย่างจริงจังต่อไป

ทั้งสองฝ่ายได้หารือกันถึงความร่วมมือในกรอบพหุภาคี โดยนายกรัฐมนตรีขอบคุณเมียนมาที่สนับสนุนร่างแผนแม่บท ACMECS และปฏิญญากรุงเทพฯ (Bangkok Declaration) ซึ่งจะมีการรับรองในการประชุม ACMECS วันที่ 16 มิถุนายน 2561 และขอให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันสานต่อข้อตกลงต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเรื่องการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อในทุกมิติ ทั้งด้านกายภาพและกฎระเบียบ นอกจากนี้ ในโอกาสที่ไทยจะดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปีหน้า ไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับเมียนมาและประเทศสมาชิกอาเซียนก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งของความเป็นหุ้นส่วนกับประชาคมโลก

ที่มา : www.thaigov.go.th


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์