หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 เพิ่มศักยภาพขนส่งทางน้ำรองรับ EEC

4 มิถุนายน 2018 (จำนวนคนอ่าน 181)

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) ครั้งที่ 2 โครงการศึกษาทบทวนความเหมาะสมด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงินและสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 เพื่อให้รองรับการขนส่งตู้สินค้าผ่านทางรถไฟและเพิ่มระบบจัดการขนตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ (Automation) ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP ซึ่งเป็นการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนเป้าหมายเกี่ยวกับรายละเอียดในการพัฒนาโครงการ รูปแบบการให้เอกชนร่วมลงทุน โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณการระหว่าง 95,000 – 105,000 ล้านบาท และนำเสนอการจัดสรรหน้าที่และความรับผิดชอบ สิทธิประโยชน์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติเบื้องต้น โดยมีตัวแทนหน่วยงานจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มธนาคาร กลุ่มนักลงทุน สมาคมการค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมงานสัมมนา
 
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 เป็น 1 ในโครงสร้างพื้นฐานพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ที่รัฐบาลเร่งให้ขับเคลื่อนให้สำเร็จเป็นรูปธรรมในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ตั้งเป้าประกาศ TOR ในเดือนสิงหาคม 2561 เพื่อให้ได้ผู้ลงทุนภายในธันวาคม 2561 บนหลักการเปิดกว้างให้เกิดการแข่งขันของภาคเอกชน หรือ International Bidding ทั้งนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้กำหนดการรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน จำนวน 3 ครั้ง เพื่อร่วมกันพิจารณาแนวทางการร่วมลงทุนที่เหมาะสมที่สุด ที่ผ่านมาพบว่ามีนักลงทุนและผู้สนใจจากภาคเอกชนที่แสดงความสนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุนร้อยละ 92 และเห็นด้วยกับแผนแม่บทในการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 ร้อยละ 93
 
ด้านร้อยตำรวจตรีมนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เปิดเผยว่า โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ขั้นที่ 3 เป็นโครงการที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือ เพื่อรองรับความต้องการขนส่งสินค้าทางทะเลระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ทำให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นประตูการค้าสู่กลุ่มประเทศ CLMV รวมทั้งจีนตอนใต้ จีนตะวันตก ญี่ปุ่นและอินเดียเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มความสามารถในการขนส่งตู้สินค้าจาก 11.1 ล้านทีอียูต่อปี เป็น 18.1 ล้านทีอียูต่อปี เพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งรถยนต์จาก 2 ล้านค้นต่อปี เป็น 3 ล้านคันต่อปี เพิ่มสัดส่วนการขนส่งตู้สินค้าผ่านท่าโดยรถไฟทั้งหมดของท่าเรือแหลมฉบังจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 30 ลดต้นทุนค่าขนส่งรวมของประเทศจาก ร้อยละ14 ของจีดีพี เหลือร้อยละ 12 ของจีดีพี ประหยัดเงินค่าขนส่งได้ถึง 250,000 ล้านบาท
 
 
 
ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์