หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ไทยเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำประมง

28 พฤษภาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 101)

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2561 พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำการประมง (Fisheries Monitoring Center – FMC) ซึ่งตั้งอยู่ที่กรมประมง เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติงานและติดตามการเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ FMC อย่างใกล้ชิด
 
ไทยได้จัดตั้งศูนย์ FMC ที่มีการดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการควบคุม เฝ้าระวัง สั่งการ ติดตามผล และประสานการปฏิบัติการต่าง ๆ กับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PIPO) โดยการทำงานของศูนย์ FMC มีการเชื่อมโยงกับระบบติดตามเรือประมง (VMS) ซึ่งจะควบคุมพฤติกรรมเรือประมง ตั้งแต่การทำประมงในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต การใช้เครื่องมือทำการประมงที่ถูกต้องตามกฎหมาย การขนถ่ายสัตว์น้ำในทะเล และการใช้แรงงานบนเรือ โดยระบบ VMS จะส่งข้อมูลที่ตั้ง เส้นทาง และพฤติกรรมของเรือประมงระหว่างออกทำประมงไปยังศูนย์ FMC และส่งต่อไปยังศูนย์ PIPO 30 แห่ง เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการตรวจสอบเรือทั้งก่อนออกและหลังออกจากท่าเรือ
 
ในช่วงที่ผ่านมาไทยได้ยกระดับมาตรฐานอุปกรณ์ VMS ที่ติดตั้งในเรือประมง พร้อมพัฒนา software ของระบบ FMC/VMS ให้สามารถแสดงผลต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น อาทิ
(1) คัดแยกกลุ่มเรือประมงตามใบอนุญาตและประเภทของเรือ และแสดงที่อยู่ของเรือทุกลำได้ตามเวลาปัจจุบัน
(2) บันทึกประวัติการเดินเรือและเปรียบเทียบเส้นทางการเดินเรือย้อนหลังของเรือจำนวน 10 ลำได้พร้อมกัน
(3) แจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อมีการฝ่าฝืนกฎระเบียบต่าง ๆ หรือเมื่อตรวจพบพฤติกรรมเสี่ยง รวมถึงเมื่อเรือสองลำลอยลำเข้าใกล้กันในระยะห่างน้อยกว่า 50 เมตร หรือเมื่อเข้าเขตเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศที่สาม หรือเมื่อเรือไม่กลับเข้าฝั่งภายใน 30 วันตามระเบียบที่กำหนด
(4) บันทึกประวัติการแจ้งเตือนและการฝ่าฝืนกฎ และจัดกลุ่มประเภทพฤติกรรมเพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ความเสี่ยง และ
(5) จัดกลุ่มเรือตามลำดับความเสี่ยง โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับการตรวจจากเจ้าหน้าที่ในระดับที่เข้มข้นต่างกัน
 
นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาการจัดเก็บและเชื่อมโยงข้อมูลของระบบ FMC/VMS ของกรมประมงเข้ากับฐานข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ได้แก่ กรมเจ้าท่า ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) กระทรวงแรงงานและตำรวจ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลพฤติกรรมการทำประมงของเรือประมงต่าง ๆ มาวิเคราะห์ เพื่อระบุลำดับความเสี่ยงของเรือประมง ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการตรวจสอบเรือและการบังคับใช้กฎหมายกับเรือที่กระทำผิดได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น
 
ทางการไทยยังได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ความเข้าใจกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีความระแวดระวังเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงของการทำประมงผิดกฎหมาย และมีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคโนโลยี รองนายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้ ศปมผ. จัดส่งเจ้าหน้าที่ 5 นาย มาประจำที่ศูนย์ FMC เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อติดตามการทำงานและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของศูนย์ฯ และให้กำหนดกระบวนการทำงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีแบบแผนและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ข้อมูลจากศูนย์ FMC สามารถนำมาบังคับใช้ทางกฎหมายได้ทันที นับตั้งแต่การติดตามเฝ้าระวัง การสืบสวน การจับกุมผู้กระทำผิด และการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาศูนย์ FMC ให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยที่สุดในภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการก้าวไปสู่การเป็นผู้นำการทำประมงอย่างยั่งยืน และการเป็นประเทศปลอดจากสินค้าประมงและการทำประมงผิดกฎหมายทั้งระบบในช่วงอีก 2 – 3 ปีข้างหน้าต่อไป
 
 
 
ที่มา : กระทรวงการต่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์