หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน

23 พฤษภาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 128)

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะเดินหน้าขับเคลื่อนแผนงานปฏิรูปประเทศไปในทิศทางที่แก้ปัญหาได้ตามความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งทุกภาคส่วนมีบทบาทสำคัญในการปฏิบัติ และย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงต้องอาศัยระยะเวลาและสร้างความรับรู้ ความเข้าใจกับประชาชน
 
นอกจากนี้ให้ข้าราชการทุกคนทบทวนบทบาทในฐานะผู้ปฏิบัติอันเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนร่วมกับภาคเอกชน และประชาชนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ปัญหาการอำนวยความสะดวก ปัญหาการลงทุน หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่สำคัญต้องไม่ให้ปัญหานำมาซึ่งความวุ่นวายมากกว่าเดิม
 
การปฏิรูปมีทั้งระยะสั้น กลาง และระยะยาว ดำเนินการตามแผนปฏิรูปที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง เรื่องใดที่ดำเนินการได้ก่อนให้ดำเนินการตามขั้นตอน เรื่องใดติดขัดในข้อกฎหมายหรือต้องหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจะได้มีการพูดคุยกัน สามารถชี้แจงเหตุผลไปที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศให้ปรับปรุงแก้ไขแผนฯ ได้ ซึ่งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศยังคงทำหน้าที่ต่อไปอีก 4 ปีเพื่อคอยกำกับ ติดตาม ผลักดัน ให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปตามแผนฯ สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละช่วง และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ความคืบหน้าการปฏิรูป เช่น การแก้ไขปัญหา IUU/ICAO ปัญหาคลองลาดพร้าว (การจัดสรรที่ดิน) การยึดคืนผืนป่าและฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น โครงการเน็ตประชารัฐ กองทุนเพื่อความเสมอภาค ทางการศึกษา การยกระดับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ส่วนเรื่องการเกษียณอายุราชการ ตามแผนปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561
 
โดยระบุเรื่องการเกษียณอายุที่อายุ 63 ปีนั้น ในทางปฏิบัติจะมีผลเมื่อสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) พิจารณากำหนดรายละเอียด ปรับแก้กฎหมาย และประกาศบังคับใช้ ซึ่งข้อเสนอนี้เกิดจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคมต้องการให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้ ประกอบกับผู้สูงอายุในปัจจุบันเมื่อเกษียณอายุแล้วยังมีสุขภาพแข็งแรง และมีศักยภาพในการทำงาน
 
แผนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2561-2564 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 258 ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปประเทศ และบัญญัติให้มีการปฏิรูปด้านต่าง ๆ 11 ด้าน คือ ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรม ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุข ด้านสื่อมวลชน ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านสังคมและอื่น ๆ เป็นต้น
 
ตัวอย่าง แผนการปฏิรูปด้านการเมือง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 258 ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปประเทศและบัญญัติให้มีการปฏิรูปทั้ง 11 ด้านนั้น คาดหวังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีส่วนร่วมกิจกรรมทางการเมือง ตลอดจนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ยอมรับในความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่าง ให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงโดยอิสระ ปราศจากการครอบงำ โดยให้ความสำคัญใน 5 ประเด็น คือ.-
 
-การเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน
-การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี และรู้รักสามัคคีของสังคมไทย
-การกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น การจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรม
-การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อการปฏิรูปประเทศ
-การสร้างรัฐธรรมาธิปไตย
 
ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการปฏิรูปทางการเมืองคือ มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครอง, ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบต่อประชาชน แก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองโดยสันติวิธี.
 
 
ข้อมูล สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์
เรียบเรียงโดย พรรณี ตั้งใจสถาปัตย์
 
 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์