หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย ครั้งที่ 51 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

7 พฤษภาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 871)

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ครั้งที่ 51 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน+3 (ASEAN+3 Finance Ministers and Central Bank Governors’ Meeting: AFMGM+3) ครั้งที่ 21 ระหว่างวันที่ 3 - 6พฤษภาคม 2561 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ซึ่งมีสาระสำคัญ ดังนี้

1. การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ ADB ครั้งที่ 51 ระหว่างวันที่ 3 – 6 พฤษภาคม 2561 ภายใต้หัวข้อ "Linking People and Economies for Inclusive Development” โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะผู้ว่าการ ADB ของไทย ได้มีสุนทรพจน์โดยกล่าวถึงความท้าทายที่มีต่ออัตราการจ้างงานเมื่อมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทนแรงงาน และสนับสนุนบทบาทของ ADB ในการส่งเสริมการพัฒนาทักษะและคุณภาพแรงงานในประเทศสมาชิกเพื่อปรับตัวให้เข้ากับพัฒนาการด้านเทคโนโลยี พร้อมทั้งยกตัวอย่างประสบการณ์ของประเทศไทยในการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เข้ากับพัฒนาการทางเทคโนโลยี เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยีในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) การนำเทคโนโลยีมาใช้ในโครงการ National E-Payment เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความโปร่งใสในการโอนเงินและรับสวัสดิการภาครัฐ และการพัฒนาระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกภาคเอกชนและธุรกิจ เป็นต้น
 
2. ในการหารือโต๊ะกลมของผู้ว่าการ ADB ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ภายใต้หัวข้อ "The Role of Government in Harnessing New Technologies for Inclusive Growth” ได้มีการหารือถึงแนวทางนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตของการผลิต (Productivity Growth) พร้อมทั้งพิจารณาผลกระทบจากการใช้เทคโนโลยีที่มีผลต่อการจ้างงาน มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวข้องของประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะนโยบายที่จะนำไปสู่การลดความยากจนและขจัดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะของแรงงานให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป การมีระบบคุ้มครองทางสังคม และการกระจายรายได้
 
3. ในการประชุมระหว่าง Mr. Takehiko Nakao ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย กับผู้ว่าการของประเทศสมาชิก (Governors’ Plenary) เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 ในหัวข้อ "ADB Strategy 2030” ที่มีการนำเสนอยุทธศาสตร์ของ ADB โดยยังคงเป้าหมายสูงสุดที่จะขจัดความยากจนแร้นแค้น (Extreme Poverty) และขยายเป้าหมายให้ครอบคลุม "เพื่อบรรลุความมั่งคั่งมีการพัฒนาอย่างทั่วถึงมีความมั่นคงและยั่งยืนของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก” (Achieve a prosperous, inclusive, resilient, and sustainable Asia and the Pacific) โดยเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนอย่างมีคุณภาพ สร้างอาชีพและโอกาสให้กับประชาชน ทั้งนี้ การดำเนินการหลักของ ADB ยังคงเน้นการพัฒนาภาคสังคมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยในด้านโครงสร้างพื้นฐานจะเน้นสนับสนุนการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสำหรับภาคสังคมจะส่งเสริมการพัฒนาระบบการศึกษา สาธารณสุข และการคุ้มครองทางสังคม (Social Protection) โดยจะเน้นเรื่องการเข้าถึงพลังงาน การขนส่ง น้ำสะอาด และบริการสาธารณสุข ของประชากรในกลุ่มยากจน ผู้หญิง และกลุ่มอ่อนแออื่น ๆ
 
4. ในระหว่างการประชุมครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ร่วมหารือทวิภาคีกับผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรการเงินระหว่างประเทศ และสถาบันการเงินชั้นนำของต่างประเทศ เช่น ADB บริษัทหลักทรัพย์ Nomura ธนาคาร HSBC และ ธนาคาร MUFG เพื่อหารือถึงสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจการเงินโลก ภาวะเศรษฐกิจของไทยและนโยบายของรัฐบาลในระยะต่อไป โดยสถาบันการเงินเหล่านี้มีความเชื่อมั่นในศักยภาพทางเศรษฐกิจของไทยและพร้อมที่จะร่วมมือกับประเทศไทยในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
 
5. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังได้เข้าร่วมการประชุม AFMGM+3 เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2561โดยมีประเด็นการหารือที่สำคัญ ดังนี้
5.1 ภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาคเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน+3 จะยังเติบโตได้ดีและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในภาพรวมต่อไปโดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐฯ ประกอบกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจภายในประเทศสมาชิกทั้งในด้านอัตราเงินเฟ้ออุปสงค์ภายในประเทศและการส่งออกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปฏิรูปเชิงโครงสร้างและการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดี ยังมีความท้าทายจากนโยบายปกป้องทางการค้าของสหรัฐฯและความไม่แน่นอนของทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะเงินทุนไหลออกรวมถึงความผันผวนในภาคการเงินของภูมิภาคอาเซียน+3 ได้ซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเงินในภูมิภาค และกฎกติกาของพหุภาคีรวมทั้งไม่สนับสนุนมาตรการปกป้องทางการค้าในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ สมาชิกควรให้ความสำคัญในการใช้นโยบายผสมผสานระหว่างนโยบายการคลัง นโยบายการเงิน นโยบายด้านเงินทุนเคลื่อนย้าย ร่วมไปกับการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจและการเงิน และเพื่อความยั่งยืนของเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกและของภูมิภาคอาเซียน+3
 
5.2 กรอบความร่วมมือทางการเงินอาเซียน+3 ที่ประชุมรับทราบความคืบหน้าและแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านต่าง ๆ ที่สำคัญ ได้แก่ (1) การทบทวน (Periodic Review) ความตกลงมาตรการริเริ่มเชียงใหม่ไปสู่การเป็นพหุภาคี (Chiang Mai Initiative Multilateralisation: CMIM) โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้ความช่วยเหลือทางการเงินผ่านกลไก CMIM ร่วมกับความช่วยเหลือของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund Linked Portion: IMF Linked Portion) เพื่อให้เกิดความสอดคล้องด้านการดำเนินการระหว่างกลไก CMIM และ IMF (2) การดำเนินงานของสำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของภูมิภาคอาเซียน+3 (ASEAN+3 Macroeconomic Research Office: AMRO) ตามภารกิจหลัก ยุทธศาสตร์ และแผนการดำเนินงานระยะกลางถึงระยะยาว (Strategic Direction and Medium to Long Term Plan) รวมทั้งนโยบายที่สำคัญในด้านต่าง ๆ ของ AMRO และ (3) การดำเนินงานภายใต้มาตรการริเริ่มพัฒนาตลาดพันธบัตรเอเชีย (Asian Bond Markets Initiative: ABMI) นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ยืนยันถึงจุดยืนในการเสริมสร้างความร่วมมือทางด้านการเงินเพื่อเพิ่มความสามารถและความพร้อมของประเทศสมาชิกในการรับมือกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ โดยรับทราบความคืบหน้าของการจัดตั้งกองทุน) Risk Pool) ประกันภัยพิบัติของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (the Southeast Asia Disaster Risk Insurance Facility: SEADRIF) ซึ่งปัจจุบันมีประเทศญี่ปุ่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าร่วมเป็นสมาชิก

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ ADB ครั้งต่อไปจะจัดขึ้น ณ เมืองนาดี สาธารณรัฐฟิจิ ในต้นเดือนพฤษภาคม 2562 โดยสาธารณรัฐฟิจิจะเป็นเจ้าภาพ และในโอกาสเดียวกันจะมีการประชุม AFMGM+3 ครั้งที่ 22 ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทยจะเป็นประธานร่วมกัน
 
 
 
ที่มา : www.thaigov.go.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์