หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ไทยจับมืออาลีบาบา เปิดประตูโอกาสสินค้าเกษตรไทย ที่คนไทยต้องปรับตัวไม่ให้ตกขบวน

1 พฤษภาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 457)

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อวันศุกร์ที่ 27 เมษายน 2561 ว่ากลุ่มอาลีบาบาได้ทำความร่วมมือกับรัฐบาลไทย ในการสนับสนุนธุรกิจ e-Commerce และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพ
 
โดยบริษัทอาลีบาบามีความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของไทยและยืนยันในการเป็นพันธมิตรกับประเทศไทยในระยะยาว โดยอาลีบาบาและรัฐบาลไทยมีเป้าหมายร่วมกันในอันที่จะพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและผลักดันให้สามารถเข้าถึงตลาดใหม่ในเวทีโลกได้ ผ่านนวัตกรรมด้านดิจิทัลต่างๆ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0
 
โดยความร่วมมือหลัก ๆ คือ โครงการจัดตั้งศูนย์ Smart Digital Hub ในพื้นที่ EEC เพื่อจะส่งเสริมการค้ากับกลุ่ม CLMV และจีน โดยจะอาศัยเทคโนโลยีด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์ที่ครบวงจร ผ่านเครือข่ายไช่เหนี่ยว (Cainiao Network) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบา เพื่อให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน กลุ่ม CLMV และไปยังที่อื่นๆ ทั่วโลก ให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด
 
โดยจะมีการยกระดับพิธีการทางศุลกากรในพื้นที่ ให้เป็นระบบดิจิทัลไปพร้อมกันด้วย ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยเชื่อมโยง SMEs ไทย ในทุกระดับ ทุกท้องถิ่น รวมถึงกลุ่ม OTOP และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ ให้สามารถเข้าถึงตลาดจีนและตลาดโลกได้ง่ายขึ้น การเปิดร้านค้าข้าวไทย (Thai Rice Flagship Store) บนเว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์ระดับโลก เพื่อช่วยสนับสนุนการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรเริ่มจากข้าวและจะขยายผลไปถึงผลไม้ต่างๆ ของไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า
 
จีนจะเปิดเสรีการค้า โดยตลาดจีนยังเปิดกว้างสำหรับการนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก อีกกว่า 240 ล้านล้านบาท ซึ่งไทยเราก็มีศักยภาพที่จะได้รับส่วนแบ่งการตลาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีน
 
การเชื่อมโยงการซื้อขายออนไลน์ระหว่าง thaitrade.com ของไทย และ Tmall.com ของอาลีบาบา เพื่อจะให้เข้ากับระบบการขนส่งสินค้าของอาลีบาบา ซึ่งวันนี้เขามีความพร้อมมากกว่าเรา มีประสิทธิภาพ ขั้นต้นเราก็ต้องพึ่งพาอาศัยเขาบ้าง วันหน้าเราก็สร้างแพลทฟอร์มของเราขึ้นมาให้ทัดเทียม ก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร ถ้าเราสามารถดำเนินการต่อไปเรื่อย ๆ เราอาจจะสามารถส่งทุเรียนจากแหล่งผลิตในไทยไปยังจีนได้ภายใน 120 ชั่วโมง และส่งต่อจนถึงมือลูกค้าทั่วประเทศจีนได้ภายใน 24 ชั่วโมง
 
ทั้งนี้ พี่น้องเกษตรกรของไทย ก็สามารถเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่ดังกล่าวได้ แต่ต้องจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ในรูปการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทก็ได้ ก็จะเป็นการยืนยันการมีตัวตนและต้องมีแบรนด์เป็นของตัวเอง สามารถตรวจสอบที่มาได้ตลอดเวลา
 
นอกจากนั้นให้สมัครเป็นสมาชิกของเว็บไซต์ thaitrade.com ของกระทรวงพาณิชย์ แล้วกระทรวงฯ จะประสานงานกับอาลีบาบา เพื่อมาคัดเลือกสินค้าไปจำหน่ายต่อไป ปัจจุบันมีเกษตรกรทุเรียน สามารถผ่านการคัดเลือกแล้วกว่า 100 ราย ในอนาคตรัฐบาลมีแนวคิดในการผลักดันการส่งออกข้าวไทยและผลิตผลทางการเกษตรของไทย เข้าสู่วงจรดังกล่าว เรามีอีกหลายอย่าง ลำไย ลิ้นจี่ ส้ม มะม่วง อะไรทำนองนี้ โดยจะต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกในเรื่องตลาดผู้บริโภคที่อาลีบาบามีความเชี่ยวชาญอีกด้วย
 
 
 
ข้อมูล  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์