หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
จับตาการค้าสหรัฐ-จีน

11 เมษายน 2018 (จำนวนคนอ่าน 482)

เป็นที่น่าจับตามองเมื่อประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐอเมริกา ออกมาตรการปกป้องทางการค้าโดยการใช้มาตรา 232 เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนจำนวน 1,300 รายการ มูลค่ากว่า 50,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
 
จากกรณีที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ทำการตรวจสอบตามมาตรา 301 ต่อพฤติกรรมการทำการค้าที่ไม่เป็นธรรมของจีน ซึ่งเป็นการลงโทษจีนที่ขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐ จำนวน 1,300 รายการ โดยการเรียกเก็บภาษีนำเข้า คิดเป็นวงเงินรวมกว่า 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
 
โดยสินค้าที่ตกเป็นเป้าหมายในการเรียกเก็บภาษีของสหรัฐในครั้งนี้ ได้แก่ สินค้าอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น การแพทย์ การบิน และเซมิคอนดักเตอร์ ไปจนถึงสินค้าจำพวกเครื่องจักรและเคมีภัณฑ์ และจากมาตรการดังกล่าวที่สหรัฐประกาศใช้กับจีนเชื่อว่าจะส่งผลต่อบรรยากาศทางการค้าโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
ซึ่งในเรื่องนี้ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวว่า ไทยได้ติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของทางการสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดและจะใช้เวทีการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (TIFA JC) ระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสหารือกับสหรัฐอเมริกา เพื่อขอยกเว้นการใช้มาตรา 232 ในสินค้าเหล็กและอลูมิเนียมจากไทยเพราะการออกมาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐต่อจีนอาจจะมีผลกระทบต่อไทยในฐานะฐานการผลิตที่ส่งออกไปยังจีน
 
ขณะที่รัฐบาลจีน ได้ออกมาตอบโต้โดยสั่งระงับการลดหย่อนภาษีนำเข้าและประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯจำนวน 128 รายการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งคำสั่งการครั้งนี้ครอบคลุมหมวดสินค้า อาทิ ผลไม้สดและแห้ง ถั่ว ไวน์ รถยนต์ เครื่องบิน อาวุธยุทโธปกรณ์ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น
 
แต่อย่างไรก็ดี ในท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นแม้ว่าไทยจะได้รับผลกระทบบ้างจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐที่มีต่อจีน แต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยที่จะส่งออกรายการสินค้าไปยังสหรัฐโดยเฉพาะสินค้าที่จีนไม่สามารถทำการค้าได้ ดังนั้นไทยควรใช้โอกาสนี้ในการเปิดตลาดทั้งกับจีนและสหรัฐ
 
อย่างไรก็ตาม มองว่ามาตรการของประเทศมหาอำนาจ 2 ประเทศ สหรัฐและจีน ซึ่งเป็นประเทศยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก แม้จะไม่กระทบกับการค้าของไทยโดยตรง แต่เชื่อว่าจะส่งแรงสะเทือนต่อเสถียรภาพการค้าโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
ดังนั้น ไทยจะต้องเตรียมความพร้อมและเฝ้าติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด หากกรณีมีสินค้าทะลักเข้าประเทศไทยเป็นจำนวนมาก ก็มีความจำเป็นที่จะนำกฎระเบียบทางการค้าเข้ามาดูแลอย่างเข้มข้นต่อไป
 
 
ข้อมูล  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์