หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหา การทำประมงผิดกฎหมาย (IUU)

22 มีนาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 1536)

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2561 ณ ทำเนียบรัฐบาล พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงร่วมกับ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นางไพวรรณ พลวัน รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วย นายสำเริง แสงภู่วงศ์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ในกิจกรรม "สื่ออยากรู้ รัฐบาลอยากเล่า” โดยรองนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ว่า การปฏิรูปการประมงให้เกิดความยั่งยืนเป็นเป้าหมายสูงสุด ที่มุ่งเน้นสร้างการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาจากทุกภาคส่วน โดยจัดระบบติดตามงาน มีผู้รับผิดชอบ และฐานข้อมูลต้องชัดเจน เช่น เรื่องจำนวนเรือ จำนวนท่าเทียบเรือ การวิเคราะห์เป้าหมาย กระบวนการบังคับ การใช้กฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมง พร้อมปรับแก้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับการปฏิบัติโดยนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รวมทั้งสร้างบทบาทในเวทีต่างประเทศ พร้อมกันนี้ได้กำหนดกรอบแก้ไขปัญหาใน 6 เรื่องสำคัญของประเด็น 6 ด้าน ดังนี้

1) ด้านกฎหมาย มีการกำหนดเขตทะเล ชายฝั่ง ตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 พระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 29มิถุนายน 2560 โดยได้ปรับแก้ไขในบางมาตราเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้น ปัจจุบันได้กำหนดเขตทะเลชายฝั่งตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละจังหวัด กำหนดมาตรการ ควบคุม เฝ้าระวัง ทั้งเรือประมงในน่านน้ำและนอกน่านน้ำ การแจ้งเข้า-ออกของศูนย์ PIPO การติดระบบติดตามเรือ (VMS) รวมไปถึงการจัดระเบียบท่าเทียบเรือ

2) ด้านการจัดการกองเรือ ซึ่งมีความชัดเจนของกองเรือประมง รวมทั้งเรือจม เรือหาย หรือขายไปต่างประเทศ ปัจจุบันพบว่าเรือประมงไทยสร้างความชัดเจนของสถานะจำนวนเรือประมงที่แน่นอน ทั้งพื้นบ้านและพาณิชย์ จัดทำอัตลักษณ์และวัดขนาดเรือประมง พาณิชย์ทุกลำ สำรวจความมีอยู่จริงแก้ปัญหาสวมเรือ (จม/ผุพัง/ขายไปที่อื่น) ควบคุมเรือที่ไม่มีใบอนุญาต และเรือที่มีคดีไม่ให้ออกไปทำประมงทั้งในและนอกน่านน้ำ ลดผลกระทบด้วยการซื้อเรือคืน และลดจำนวนเรือด้วยการควบรวมเรือประมง

3) ด้านการติดตาม ควบคุม เฝ้าระวัง (MCS) มีการจัดตั้งศูนย์ควบคุมและเฝ้าระวังการทำการประมง (FMC) -จัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) จำนวน 32 ศูนย์ เพิ่มประสิทธิภาพ โดยปรับโครงสร้างของศูนย์ฯ จำนวนเจ้าหน้าที่ให้สอดคล้องกับจำนวนเรือประมงที่แจ้งเข้าออก และจัดตั้งจุดตรวจเรือประมงส่วนหน้า (FIP) จำนวน 19 ศูนย์ เพื่อเข้าไปสนับสนุนและประเมินผลการปฏิบัติ การติดระบบติดตามเรือประมง (VMS) ปัจจุบันมีผลบังคับให้เรือประมงพาณิชย์ (30 ตันกรอสขึ้นไป) และเรือสนับสนุนต่าง ๆ ต้องติด VMS ซึ่งได้ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
 
4) ด้านการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ปัจจุบันมีการจดทะเบียนท่าเทียบเรือทั้งหมด จำนวน 1,063 ท่า ท่าใดไม่จดทะเบียนขึ้นปลา ไม่ได้มีการแยกประเภทท่าเทียบเรือชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการและจัดระบบทุกท่าเทียบเรือโดยต้องผ่านการตรวจสุขอนามัย และมีเอกสารการกำกับการซื้อขายด้วย
 
5) ด้านการบังคับใช้กฎหมาย ได้ดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพบังคับใช้กฎหมาย ในประเด็นการทำการประมงผิดกฎหมาย โดยได้ประชุมหารือร่วมกันระหว่าง ตำรวจ อัยการ ศาล และตัวแทนจากสหรัฐอเมริกาซึ่งมีกรอบการทำงานที่ชัดเจน ให้มีความรวดเร็ว โดยศาลอาญาได้ตั้งคณะผู้พิพากษาคดีประมงแยกเป็นการเฉพาะ รวมทั้งกำหนดเวลาพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน

6) ด้านแรงงาน ดำเนินการการปรับปรุงพระราชกำหนดบริหารแรงงานต่างด้าว (คาดว่าบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน 2561) การเข้าเป็นภาคีต่าง ๆ ภายในปี พ.ศ. 2561 เช่น C29 (แรงงานบังคับ), C188 (ความปลอดภัยการทำงานในทะเล), ILO98 (ส่งเสริมการเจรจา ต่อรอง) มีการวางระบบตรวจสอบแรงงานที่ศูนย์ PIPO อย่างชัดเจน เช่น แรงงานที่เข้าออกต้องตรงกัน ทั้งจำนวนและตัวตน การจัดล่ามสัมภาษณ์แรงงาน เพื่อสืบสวนการเอารัดเอาเปรียบ พฤติกรรมบังคับแรงงาน การค้ามนุษย์ แรงงานเด็ก โดยแต่งตั้งคณะทำงานส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมการรวมตัวของแรงงานประมงไทยและข้ามชาติ และมีการแถลงข่าวจัดตั้งสหภาพแรงงานลูกเรือประมงไทยและข้ามชาติ เป็นองค์กรลูกจ้างตามกฎหมาย เพื่อส่งเสริมการรวมตัว คุ้มครองสิทธิ์ จากนั้น จะมีการประชุมด้านแรงงานระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป (EU) ภายในเดือนพฤษภาคม 2561
 
 
 
ที่มา : www.thaigov.go.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์