หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ก่อนกดไลค์ กดแชร์ ต้องดูก่อนนะ

15 มีนาคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 882)

ในยุคที่เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวไกลไร้พรมแดน ทำให้ผู้คนสื่อสารกันผ่านช่องทางต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและใกล้ชิดกันมากขึ้น คนธรรมดาทั่วไปก็สามารถเป็นสื่อได้ด้วยเครื่องมือในอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย แต่จะมีสักกี่ข้อความที่ส่งต่อกันผ่านสื่อเป็นเรื่องจริง หนึ่งในแนวทางสำคัญของการปฏิรูปสื่อ ก็คือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อ
 
ในร่างแผนการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่คณะกรรมการฯ เห็นชอบ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 เผยให้เห็นสถานการณ์และแนวโน้มในแวดวงสื่อสารมวลชนในปัจจุบันว่า เทคโนโลยีการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้บทบาทของผู้บริโภคเปลี่ยนตาม จากเดิมผู้บริโภคหรือประชาชนทั่วไปเป็นเพียงผู้รอรับข้อมูลข่าวสารแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ปัจจุบันทุกคนมีพื้นที่และช่องทางการสื่อสารของตนเอง จนกลายมาเป็นทั้งผู้รับสาร เป็นผู้คิดสารไปจนถึงส่งต่อข้อมูลข่าวสารนั้น กล่าวคือใครก็สามารถเป็นสื่อได้ การเปลี่ยนแปลงที่ว่านี้ยังส่งผลกระทบต่อสังคมในปัจจุบันทั้งในด้านการสร้างสรรค์เนื้อหาและยังต้องระมัดระวังในขณะเดียวกัน
 
สถานการณ์รู้เท่าทันสื่อของประชาชน ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้เสพสื่อยังไม่อาจแยกแยะคุณภาพของสื่อได้ รวมถึงยังไม่เข้าใจในจริยธรรมสื่อ ทำให้มีประชาชนจำนวนมากสนับสนุนสื่อที่ไม่มีมาตรฐานด้านคุณภาพ อีกทั้งทำให้การแก้ไขการทำงานของสื่อให้ผลิตผลงานที่มีคุณภาพเป็นเรื่องที่ยากเพราะสื่อจะนำเสนอเรื่องราวข่าวสารที่เป็นประชานิยม
 
นอกจากนี้ ข้อมูลข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้นส่วนหนึ่งยังเป็นข้อมูลที่ให้โทษ หรือไม่เป็นประโยชน์ เช่น ข่าวลวง และข่าวปลอม ที่ไม่มีต้องต่อที่มาที่ไปแต่ประชาชนส่งต่อกันอย่างแพร่หลาย บางครั้งสร้างความสับสนและความแตกตื่นให้แก่คนในสังคม ดังเช่นขณะนี้มีการส่งต่อเรื่องหากมีผู้ใดนำกล้องถ่ายภาพหรือโน้ตบุ๊คขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศต้องแสดงต่อศุลกากรทุกครั้งซึ่งไม่เป็นความจริงทั้งหมด มีเพียงเฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น โดยทั่วไปไม่ต้องแจ้ง
 
นายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า 1 ใน 6 ประเด็นที่ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศวางแนวทางการปฏิรูปไว้ก็คือการสร้างความรับรู้ ให้ประชาชนรู้เท่าทันสื่อโดยที่สื่อมวลชนเองต้องเป็นเสมือนโรงเรียนบ่มเพาะความรู้ให้แก่ประชาชน
 
"ใน 6 ประเด็นของสื่อสารมวลชน เราจะหยิบขึ้นมา 2 เรื่องที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ก็คือเรื่องการรู้เท่าทันสื่อ จะทำยังไงให้พี่น้องประชาชนก่อนกดไลค์ กดแชร์ ต้องดูก่อนนะ เพราะฉะนั้นถ้าสงสัยสอบถามใคร สื่อเองทุกสื่อทุกองค์กรต้องมีส่วนร่วมกันรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ด้วย พี่น้องประชาชนก็ต้องปฏิรูปตนเอง ปฏิรูปด้านสื่อก็ต้องเอ๊ะ มันจริงหรือเปล่าเนี่ย ต้องพิจารณาก่อนนะ ไม่ใช่เขาส่งไลน์มาก็ส่งต่อไป ตั้งพิจารณาก่อนไม่เช่นนั้นมันจะมีการแก้ข่าวกันตลอดเลย กว่าจะแก้ข่าวก็พบว่าส่งไปซะเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิรูปตนเองผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในสถานการณ์ปัจจุบันนี้”
 
ในการรู้เท่าทันสื่ออาจเป็นการยากสำหรับคนทั่วไป เนื่องจากสื่อในปัจจุบันนั้นต้องปรับตัวมีลูกเล่นให้ประชาชนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน รวมถึงการหยิบยกประเด็นในสื่อออนไลน์มาสื่อสาร ซึ่งบางข้อมูลเป็นข้อมูลที่ผิดไปจากความเป็นจริง
 
ดังนั้น ขั้นตอนพื้นฐานที่ง่ายที่สุดของการรู้เท่าทันสื่อ คือเมื่อประชาชนรับข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ มาแล้วอย่าเพิ่งปักใจเชื่อเสียทีเดียว แต่ให้ตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่นสอบถามข้อเท็จจริงไปยังหน่วยงานภาครัฐต้นเรื่อง หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อโดยตรง ก่อนที่จะเชื่อและแชร์ข้อมูลต่อไปยังผู้อื่น
 
 
ข้อมูล  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์