หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ไทย-สหราชอาณาจักรหารือกรณีเกี่ยวกับการปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า

13 กุมภาพันธ์ 2018 (จำนวนคนอ่าน 845)

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 ณ กรมศุลกากร คลองเตย กรุงเทพมหานคร นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมคณะผู้บริหารกรมศุลกากร ให้การต้อนรับ Mr. Boris Johnson รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหราชอาณาจักร และคณะ เนื่องในโอกาสหารือกรณีเกี่ยวกับการปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า ตามมาตรการที่ได้รับความเห็นชอบจากเหล่าประเทศที่ร่วมลงนามในปฏิญญาลอนดอน ได้แก่ การกำจัดการซื้อขายสินค้าจากสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย เพิ่มความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายและจัดให้มีกรอบข้อกฎหมายและมาตรการยับยั้งที่มีประสิทธิภาพ

นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรได้ให้ความสำคัญและมีนโยบาย ในการเข้มงวดกวดขันของต้องห้ามต้องกำจัด โดยเฉพาะสินค้าที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora หรือเรียกโดยย่อว่า ไซเตส : CITES) ตลอดจนการทำงานประสานความร่วมมือกันอันดีระหว่างหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว
 
สำหรับหน่วยงานความร่วมมือภายในประเทศ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) กรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงพาณิชย์ (พณ.) หน่วยงานอื่น ๆ เช่น สายการบิน บริษัทขนส่ง ท่าอากาศยาน ฯลฯ
 
ส่วนหน่วยงานความร่วมมือระหว่างประเทศ ได้แก่ องค์การศุลกากรโลก (World Customs Organization: WCO) สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (The United States Drug Enforcement Administration: DEA) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (The United States Department of Homeland Security: DHS) สำนักงานบังคับใช้กฎหมายการย้ายถิ่นฐานเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐอเมริกา (United States Immigration and Customs Enforcement: ICE) และสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐอเมริกา (U.S. Customs and Border Protection: CBP) องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (International Criminal Police Organization: INTERPOL) สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UN Office on Drugs and Crime: UNODC) โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme: UNEP) สำนักงานประสานงานข่าวกรองศุลกากร WCO Regional Intelligence Liaison Office (WCO RILO) สำนักงานสร้างเสริมขีดความสามารถ (WCO Regional Office for Capacity Building: WCO ROCB) ผู้ช่วยทูตฝ่ายศุลกากรจากนานาประเทศ (Foreign Customs Attaché)
 
โดยจะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ ได้แก่ การประสานงานด้านการข่าวอย่างเป็นทางการผ่าน Drug Seizure Immediate Notification Systems (DSINS) เพื่อต่อต้านการขนส่งยาเสพติดทางอากาศยานและทางทะเล ตลอดจนการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐกับชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามบัญชีในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora: CITES)
 
สำหรับสัตว์หรือพืชมีชีวิตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมประมง และกรมวิชาการเกษตร ส่วนสัตว์หรือพืชที่ตายแล้วหรือซาก อาทิ นอแรดและงาช้าง มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชและกรมศุลกากร เป็นหน่วยงานที่เก็บรักษา

ปัจจุบันสถานการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่าในประเทศไทยมีหลายกลุ่มทั้งที่อยู่ในประเทศไทยและในต่างประเทศ โดยใช้ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านลักลอบสินค้าผิดกฎหมายไปยังประเทศปลายทาง กลุ่มเหล่านี้จะใช้คนท้องถิ่นในประเทศอาเซียนเป็นผู้ขนส่งเพื่อให้มีความกลมกลืนกับผู้โดยสารทั่วไปและลักลอบสินค้าที่ผิดกฎหมายไปยังประเทศปลายทาง ในกรณีที่เป็นการนำเข้าหรือส่งออกสินค้า การสำแดงรายการของสินค้าที่นำเข้าหรือส่งออกเป็นเท็จเป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุดในการลักลอบสินค้าผิดกฎหมาย เช่น การสำแดงรายการของสินค้าส่งออกเป็นสินค้าที่มีอยู่ในท้องถิ่นโดยทั่วไป อาทิ กระเพาะปลา ถั่ว หรือสินค้าอื่น ๆ ที่รับประทานได้
 
ทั้งนี้ แนวโน้มการลักลอบค้าสัตว์ป่าในปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การใช้เส้นทางลักลอบสินค้าผิดกฎหมายโดยตรงจากประเทศต้นทางไปยังประเทศปลายทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางการลักลอบสินค้าผิดกฎหมายออกจากเมืองต้นทางที่มีความเสี่ยงในการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่โดยใช้เมืองใกล้เคียงแทน การใช้เส้นทางในการเดินทางอ้อม เช่น การใช้เส้นทางในการเดินทางจากประเทศต้นทางผ่านประเทศต่าง ๆ เพื่อไปยังประเทศปลายทางอย่างไม่สมเหตุสมผล การเดินทางเข้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ราชอาณาจักรกัมพูชาประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ และใช้เส้นทางอื่น ๆ เพื่อเข้ามายังประเทศไทย (อาทิ พรมแดนทางบก โดยการดัดแปลงยานพาหนะลักลอบขนสัตว์ป่าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ) โดยใช้ประเทศไทยเป็นประเทศทางผ่านลักลอบสินค้าผิดกฎหมายไปยังประเทศปลายทาง
 
ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลและการจับกุมพบข้อมูล ประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน และประเทศปลายทาง ดังนี้
ประเทศต้นทาง ได้แก่ - ประเทศเอธิโอเปีย ประเทศโกตดิวัวร์ - ประเทศเคนยา - ประเทศไนจีเรีย-ประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศเบนิน- ประเทศคองโก- ประเทศโมซัมบิก- ประเทศแองโกลา-ประเทศแซมเบีย- ประเทศแคเมอรูน- ประเทศกานา- ประเทศไนเจอร์- ประเทศโตโก- และประเทศบูร์กินาฟาโซ
ประเทศทางผ่าน ได้แก่ - ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ - โดฮา ประเทศกาตาร์ - อาดดิสอาบาบา ประเทศเอธิโอเปีย - ไนโรบี ประเทศเคนยา - ลากอส ประเทศไนจีเรีย - อิสตันบูล ประเทศตุรกี - ประเทศมาเลเซีย - ประเทศสิงคโปร์ และประเทศไทย

โดยมีข้อสังเกต ณ ประเทศทางผ่านผู้ลักลอบสินค้าผิดกฎหมายมักเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งหรือการลักลอบเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่

ประเทศปลายทาง ได้แก่ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน
 
 
 
ที่มา : www.thaigov.go.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์