หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
บีโอไอมั่นใจ “สมาร์ทวีซ่า” หนุนไทยพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมดึงดูดผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารและนักลงทุนมาไทย

18 มกราคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 1156)

บีโอไอมั่นใจ "สมาร์ทวีซ่า” จะช่วยจูงใจให้เกิดการลงทุนในกิจการที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานและอยู่ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย พร้อมชูจุดเด่นของ "สมาร์ทวีซ่า” ช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้ามาทำงานหรือลงทุนของผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหารระดับสูงและนักลงทุนจากทั่วโลก
 
นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงความมั่นใจว่าสมาร์ทวีซ่า (SMART VISA) ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทพิเศษที่คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นชอบเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2561 จะเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0

"ปัจจัยที่ช่วยดึงดูดการลงทุนนั้น นอกเหนือจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์แล้วการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ยกระดับการให้บริการแก่ภาคธุรกิจจนทำให้ผลการจัดอันดับความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจของไทยดีขึ้นจากอันดับที่ 46 มาเป็นอันดับที่ 26 ดังนั้น สมาร์ทวีซ่าจะยิ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นด้วย”

ทั้งนี้ สมาร์ทวีซ่าเป็นวีซ่าประเภทพิเศษสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานหรือลงทุนในกิจการที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานในกระบวนการผลิตหรือการให้บริการ และเป็นกิจการใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ได้แก่
- อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
- อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
- อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
- อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
- อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต
- อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ 
- อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์
- อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ
- อุตสาหกรรมดิจิทัล และ
- อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

นางสาวดวงใจ กล่าวว่า สมาร์ทวีซ่าจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
1) ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง (Talent) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
2) นักลงทุน (Investor)
3) ผู้บริหารระดับสูง (Executive) และ
4) สตาร์ทอัพ (Startup)
ซึ่งผู้ที่มีสิทธิจะได้รับวีซ่าประเภทนี้ต้องมีคุณสมบัติพิเศษตามหลักเกณฑ์และผ่านการรับรองของหน่วยงานภาครัฐที่กำหนด เช่น การรับรองความเชี่ยวชาญของคนต่างชาติ การรับรองว่าเป็นธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และใช้เทคโนโลยีเป็นฐานในกระบวนการผลิตหรือการให้บริการ การรับรองการเข้าร่วมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจของกลุ่มสตาร์ทอัพ (Startup) เป็นต้น โดยหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับรองคุณสมบัติเหล่านี้เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล

"ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 มีมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 299,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2560 มีมูลค่า 392,000 ล้านบาท และในปีนี้ 2561 บีโอไอตั้งเป้าว่าจะมีการลงทุนของกลุ่มเป้าหมายกว่า 400,000 ล้านบาท”
 
ทั้งนี้ สมาร์ทวีซ่าจะเป็นทั้งวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) โดยผู้ถือสมาร์ทวีซ่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่สำคัญ เช่น สามารถพำนักอยู่ในประเทศได้สูงสุดคราวละไม่เกิน 4 ปี ได้รับขยายเวลารายงานตัวจากทุก 90 วัน เป็นทุก 1 ปี สามารถเข้าออกประเทศไทยได้โดยไม่ต้องทำ Re-entry permit และสามารถใช้บริการที่ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาต ณ อาคารจัตุรัสจามจุรี นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้ได้รับสิทธิสมาร์ทวีซ่าก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ด้วยเช่นกัน
 
สมาร์ทวีซ่า ช่วยเสริมทักษะ – ถ่ายทอดความรู้แก่คนไทย
นางสาวดวงใจ กล่าวด้วยว่า บุคลากรทักษะสูงที่จะได้รับสมาร์ทวีซ่านั้น ต้องเป็นตำแหน่งระดับสูงหรือมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งจะช่วยเสริมบุคลากรไทยที่มีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาที่ขาดแคลน จึงนับเป็นการขยายโอกาสที่จะให้มีการเรียนรู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากต่างประเทศ สมาร์ทวีซ่าจึงเป็นทั้งการอำนวยความสะดวกและการยกระดับบุคลากรของไทยไปพร้อม ๆ กัน

สอบถามข้อมูลและขอรับบริการได้ที่ หน่วย SMART Visa ศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน อาคารจัตุรัสจามจุรี ชั้น 18
โทรศัพท์ 0 2209 1100 ต่อ 1109 – 1110 หรืออีเมล smartvisa@boi.go.th
 
 
 
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์