หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
นิคมอุตสาหกรรมสะเดา เชื่อมโยงการค้าเพื่อนบ้าน

16 มกราคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 1310)

นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยว่า ตามที่ กนอ. มีนโยบายจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตามแนวชายแดน (SEZ) และกำหนดให้พื้นที่ของอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในแผนการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมสะเดาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลาเพื่อเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในภาคใต้ของไทยกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน นั้น ขณะนี้ มีความคืบหน้าทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน แผนการรองรับกิจกรรมด้านการตลาด รวมทั้งความสนใจจากนักลงทุนและผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าปลายปี 2561 จะเริ่มก่อสร้างและวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมเปิดให้นักลงทุนเข้าใช้พื้นที่ได้ในปลายปี 2562 เป็นต้นไป
 
สำหรับการพัฒนาโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสะเดาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ล่าสุด กนอ. กำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ทั้งสิ้น 927 ไร่ แบ่งเป็นเขตประกอบการทั่วไป เขตประกอบการโลจิสติกส์ เขตประกอบการเสรี เขตพาณิชย์ พื้นที่สีเขียว และพื้นที่ระบบสาธารณูปโภค ภายใต้งบประมาณการลงทุน รวม 1,280 ล้านบาท ขณะนี้ยังมีนักลงทุนสนใจเช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมสะเดาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา ได้แก่ กลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง กลุ่มอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร กลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ศูนย์บริการดูแลผู้สูงอายุ และธุรกิจท่องเที่ยว ในส่วนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ด้านคมนาคมขนส่ง ด้านศุลกากรและระบบการผ่านแดนอยู่ระหว่างก่อสร้างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ การปรับปรุงด่าน ปาดังเบซาร์พร้อมสิ่งปลูกสร้าง การเพิ่ม 3 ด่านศุลกากร ได้แก่ ด่านอาหารและยา ด่านสินค้าเกษตร และด่านตรวจสัตว์ หากโครงสร้างพื้นฐานดำเนินการได้แล้วเสร็จตามแผนที่รัฐบาลกำหนดจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักลงทุนตัดสินใจลงทุน
 
ทั้งนี้ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้วางเป้าหมายให้นิคมอุตสาหกรรมสะเดาในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่เพื่อรองรับ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและเครื่องหนัง อุตสาหกรรมยางพารา อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ความได้เปรียบจากจุดยุทธศาสตร์ที่เป็นทั้งศูนย์กลางทางการค้าและการท่องเที่ยว การมีทรัพยากรที่เอื้อต่อการผลิตทางอุตสาหกรรม ตลอดจนพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์สามเหลี่ยมเศรษฐกิจอินโดนีเซีย – มาเลเซีย – ไทย (IMT-GT) และการพัฒนาเศรษฐกิจในบริเวณแนวพื้นที่ภาคเหนือของมาเลเซีย (NCER) เป็นปัจจัย สร้างโอกาสในการดึงดูดการค้าและการลงทุน พร้อมทั้งพัฒนาไปสู่การเป็นภูมิภาคเศรษฐกิจระดับสากลร่วมกันในอนาคต
 
 
 
ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์