หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
กำหนดอนาคตข้าวไทยเพื่อความยั่งยืน หลังสถานการณ์สต็อกข้าวตลาดโลกยังล้นตลาด

15 มกราคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 1264)

ในงานประชุมสัมมนาเชิงปฎิบัติการอนาคตข้าวไทยเพื่อความยั่งยืนตลอดทั้งวันที่ผ่านมา หลายภาคส่วนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเกษตรกร ได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนและแสดงความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวไทยทั้งระบบอย่างจริงจัง ซึ่งในงานแบ่งเป็น 3 กลุ่มในการแลกเปลี่ยนความเห็น ประกอบด้วย กลุ่มตลาดทั่วไป ที่กำหนดความต้องการใช้ข้าวร่วมกัน เพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ แนวทางการปรับปรุงมาตรการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงกฏระเบียบของภาครัฐที่เป็นปัญหาอุปสรรคและไม่ให้มีความซ้ำซ้อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการค้าข้าวให้สูงสุด
 
ขณะที่กลุ่มตลาดเฉพาะ ได้เน้นหารือการส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพข้าว เพื่อยกระดับข้าวไทยให้เป็นพรีเมียมอย่างแท้จริง
 
ส่วนกลุ่มตลาดสินค้านวัตกรรมและมูลค่าเพิ่ม ได้หารือที่จะสนับสนุนงานวิจัยเพื่อนำมาต่อยอดเชิงนวัตกรรม ทางการค้าอย่างต่อเนื่อง
 
สำหรับช่วงหนึ่งในงานสัมมนา นายบุญฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์ข้าวของโลกปีที่ผ่านมา มีผลผลิตลดลงในหลายประเทศ เช่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย บังกลาเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นประเทศผู้ผลิตข้าว เมื่อการผลิตลดลง ก็ทำให้การบริโภคมีแนวโน้มลดลงตามด้วย โดยเฉพาะพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น หันมาบริโภคธัญญาพืชแทน จึงทำให้การบริโภคข้าวลดลง ส่งผลต่อการค้าข้าวของโลกที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงประเทศผู้นำเข้า เริ่มหันมาปลูกข้าวและพึ่งพาตนเองมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสต็อกข้าวปลายปีของโลกโดยตรง ที่มีปริมาณสูงถึง140 ล้านตันแล้ว เพราะหากย้อนดู 4 - 5 ปีที่ผ่านมาสต็อกข้าวปลายปีของโลกไม่เคยถึงระดับ 100 ล้านตันในแต่ละปี ดังนั้น ปัจจัยดังกล่าวจึงเป็นผลกระทบสำคัญมายังตลาดข้าวไทย ที่ทำให้ทุกภาคส่วนต้องหาแนวทางร่วมกัน
 
เช่นเดียวกับ ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ที่มองภาพรวมอุตสาหกรรมข้าวไทยจะต้องพัฒนา เช่น ส่งเสริมการปลูกพันธุ์ข้าวนิ่ม เพื่อทำให้การส่งออกข้าวไทยมีศักยภาพ สามารถแข่งขันได้กับประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนาม ที่ปัจจุบันมีการพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างหลากหลาย เพื่อให้ตรงต่อความต้องการของตลาด และไม่ต้องรับผลกระทบจากสถานการณ์ข้าวที่ล้นตลาด ทั้งยังสร้างรายได้ให้กับประเทศมากขึ้นด้วย
 
ทั้งนี้ ผลของการประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ จะถูกนำเสนอต่อคณะกรรมการและนโยบายบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ (61) เพื่อกำหนดมาตรการและนโยบายในการพัฒนาอุตสาหกรรมข้าวไทยทั้งระบบ และการดำเนินนโยบายของภาครัฐให้เป็นรูปธรรมต่อไป
 
 
ข้อมูล  สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์