หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
รมต.เศรษฐกิจกลุ่มประเทศแม่โขง-ล้านช้างตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้า 250 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563

12 มกราคม 2018 (จำนวนคนอ่าน 709)

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในโอกาสที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าร่วมการประชุมผู้นำแม่โขง - ล้านช้าง (Mekong - Lancang Cooperation: MLC) ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2561 ณ กรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา ไทยได้ร่วมกับประเทศสมาชิก MLC อีก 5 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา เวียดนามและจีน ออกแถลงการณ์ร่วมระหว่างรัฐมนตรีเศรษฐกิจประเทศสมาชิก MLC ในระหว่างการประชุมผู้นำ MLC เพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจ เพื่อความกินดีอยู่ดีของประชาชน และให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน โดยข้อริเริ่ม "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” ของจีนจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนระหว่างสมาชิก MLC
 
นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า ปฏิญญาพนมเปญ (Phnom Penh Declaration) ที่ผู้นำ MLC 6 ประเทศ ได้ประกาศที่กรุงพนมเปญ ระบุว่า ผู้นำแสดงความยินดีกับการออกแถลงการณ์ร่วมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ MLC ซึ่งแถลงการณ์ร่วมฉบับนี้ มีสาระสำคัญ 7 ประเด็น ได้แก่
(1) สมาชิก MLC พร้อมส่งเสริมการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าร่วมกัน โดยให้ความสำคัญกับการดำเนินแผนนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของสมาชิก เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ของไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 5 ปี ฉบับที่ 13 ของจีน เป็นต้น และจะร่วมจัดทำแผนพัฒนาความร่วมมือเศรษฐกิจข้ามพรมแดนระหว่างประเทศสมาชิกแม่โขง -ล้านช้าง ระยะ 5 ปี
(2) ส่งเสริมการค้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้า 250 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2563 (จากประมาณ 190 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในปัจจุบัน)
(3) ยกระดับการอำนวยความสะดวกทางการค้า
(4) ส่งเสริมความร่วมมือด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แก่ธุรกิจขนาดไมโคร ขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs)
(5) ส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุน
(6) ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และ
(7) ส่งเสริมการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
 
ทั้งนี้ แถลงการณ์ร่วมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจ MLC ข้างต้นจะเป็นการต่อยอดความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจระหว่างไทย-จีนอย่างรอบด้าน ตามนโยบายของรัฐบาลที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับข้อริเริ่มแถบหนึ่งหนึ่งเส้นทางของจีน และการดำเนินยุทธศาสตร์ CLMVT ของกระทรวงพาณิชย์
 
นายสนธิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรียังได้มีมติ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วม (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในโครงการภายใต้กองทุนพิเศษแม่โขง - ล้านช้างร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อรับจัดสรรเงิน 1,701,800 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 59,500,000 บาท จากกองทุนพิเศษแม่โขง - ล้านช้าง มาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจกับสมาชิก MLC จำนวน 4 โครงการ ได้แก่
1) โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดน
2) โครงการพัฒนาการอำนวยความสะดวกแนวชายแดนเพื่อพัฒนาการค้าและระบบโลจิสติกส์
3) การจัดกิจกรรมเวทีภาคธุรกิจแม่โขง - ล้านช้าง และ
4) การพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในเขตชนบท
 
นอกจากนี้ ได้เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ลงนามบันทึกความเข้าใจร่วม (MOU) กับสถาบันความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (MekongInstitute: MI) เพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวต่อไป โดยกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นผู้บริหารโครงการร่วมกับ MI โดยประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการเป็นผู้บริหารโครงการเหล่านี้ คือ ผู้ประกอบการและนักธุรกิจของไทยจะได้รับโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่โครงการจัดขึ้น เช่น การจับคู่ทางธุรกิจ การจัดฝึกอบรมสัมมนาในเรื่องการอำนวยความสะดวกแนวชายแดน การพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งการพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการในอนุภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่มูลค่าระหว่างประเทศสมาชิก เป็นต้น
 
จีนได้จัดตั้งกองทุนพิเศษแม่โขง – ล้านช้างขึ้นในการประชุมผู้นำ MLC ครั้งที่ 1 เมื่อเดือนมีนาคม 2559 โดยมีมูลค่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี โดยโครงการที่ได้รับการจัดสรรเงินจากจีนแล้วมี 132 โครงการ เป็นด้านเศรษฐกิจของไทย 4 โครงการ ทั้งนี้ ไทยมีมูลค่าการค้ากับประเทศสมาชิก MLC 5 ประเทศ รวม 94,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 25 ของมูลค่าการค้าไทยกับโลก และสมาชิก MLC มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยประมาณร้อยละ 7 ต่อปี MLC จึงเป็นอนุภูมิภาคที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงและน่าจับตามองอย่างยิ่ง
 
 
 
ที่มา : กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์