หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่ามรดกโลกทางธรรมชาติ

7 ธันวาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 37)

จากปัญหาการลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ป่าป้อนตลาดมืดในพื้นที่มรดกโลก ส่งผลให้ประเทศไทยจำเป็นต้องหามาตรการป้องกันร่วมกันในระดับภูมิภาค ภาครัฐ และ 5 องค์กรระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม จึงร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์การอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่ามรดกโลกทางธรรมชาติขึ้น
 
ประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ 2 แห่ง ประกอบด้วย
- เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของไทยประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2534 ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ 3 แห่ง คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง รวมพื้นที่ 6,222 ตารางกิโลเมตร และ
- กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแห่งที่ 2 ของไทยเมื่อปี 2548 ครอบคลุมพื้นที่อนุรักษ์ 5 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ รวมพื้นที่ 6,152 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ถึง 6 จังหวัด
 
ส่วนกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นพื้นที่คุ้มครองอยู่ระหว่างการนำเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน มีพื้นที่คุ้มครอง 4 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อุทยานแห่งชาติกุยบุรี อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี รวมพื้นที่ 4,822 ตารางกิโลเมตร
 
การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะทรัพยากรสัตว์ป่าที่มีเส้นทางหากินและย้ายถิ่นอาศัยตามความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ป่าและเคลื่อนย้ายไปมาข้ามพรมแดน จำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าในพื้นที่ป่า ซึ่งทรัพยากรสำคัญบางชนิดในพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติ ถือเป็นที่ต้องการอย่างสูงของตลาดมืด เช่น ไม้พะยูง งาช้าง อวัยวะเสือโคร่ง ทำให้ประเทศไทยในฐานะประเทศต้นกำเนิดของทรัพยากรและประเทศทางผ่านของสินค้าผิดกฎหมายต้องประสบกับปัญหาภัยคุกคามจากการลักลอบตัดไม้ การลักลอบล่าสัตว์ และการค้าผิดกฎหมาย ขณะที่ประเทศไทยได้เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศให้เข้มแข็งและร่วมกันหาแนวทางแก้ปัญหา
 
ล่าสุด กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและองค์กรระหว่างประเทศ 5 หน่วยงาน คือ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) มูลนิธิฟรีแลนด์ (Freeland) สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และสมาคมสัตว์วิทยาแห่งลอนดอน (ZSL) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือในการอนุรักษ์และจัดการกลุ่มป่ามรดกโลกทางธรรมชาติ
 
พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ให้ทุกภาคีเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์และคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า การบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติและพื้นที่นำเสนอเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของประเทศไทย การดำเนินงานที่สนับสนุนและสอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกในขอบเขตการทำงาน 6 แนวทาง คือ
1. การป้องกันคุ้มครองและแก้ปัญหาเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
2. การศึกษาวิจัยทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และสัตว์ป่า การพัฒนา แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านวิชาการ
3. การรณรงค์และประชาสัมพันธ์เผยแพร่ และการจัดกิจกรรมร่วมกัน
4. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนและส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
5. การเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะให้บุคลากรและเจ้าหน้าที่ของภาคีโดยผ่านช่องทางต่าง ๆ และสุดท้าย
6. ความร่วมมืออื่น ๆ ตามที่แต่ละฝ่ายตกลงกัน
 
จากนี้จะร่วมกันประชุมกำหนดยุทธศาสตร์วางแผนการดำเนินงานและแผนงานโครงการต่าง ๆ ให้บรรลุเป้าหมายของการจัดทำบันทึกดังกล่าวเพื่อนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์และความยั่งยืนของทรัพยากรที่มีคุณค่าอันเป็นสากลในแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ
 
"มรดกโลกทางธรรมชาติ" มีประโยชน์และความสำคัญอย่างมากต่อมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นผลผลิตและคุณประโยชน์จากบริการระบบนิเวศน์ในระดับต่าง ๆ ของมรดกโลกทางธรรมชาติที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการดำรงชีวิต เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและจิตวิญญาณ บริการทางสิ่งแวดล้อม และการเมือง ส่งผลต่อความอยู่ดีกินดีและความผาสุกของมนุษย์ ทรัพยากรธรรมชาติได้รับการยอมรับ สนใจ และปกป้องคุ้มครองเป็นพิเศษด้วยมาตรฐานสากล เกิดความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่นที่อยู่ใกล้เคียงแหล่งมรดกโลกและคนในชาติ มีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกประกาศคุณค่าระดับโลก แล้วนำมาซึ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้ชุมชน เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศปกป้องคุ้มครองมรดกโลก สามารถรับเงินทุนช่วยเหลือจากกองทุนมรดกโลกหรือการสนับสนุนเชิงวิชาการ และสุดท้ายเกิดการพัฒนาเทคนิค วิธีการ มาตรการ เพื่อใช้คุ้มครอง อนุรักษ์ และบริหารจัดการแหล่งมรดกโลก
 
 
 
ที่มา : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์