หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
จัดระบบฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าว

4 ธันวาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 258)

แรงกดดันในตลาดการค้าจากประเทศผู้ซื้อสินค้ารายใหญ่ โดยเฉพาะสหรัฐและยุโรปที่นําเอามาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชน ในการใช้แรงงานเข้ามามีส่วนสําคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้า ทําให้ประเทศไทยต้องปรับตัวครั้งใหญ่ในการใช้แรงงานต่างด้าว เพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกห้ามนําเข้าสินค้าหลายชนิด ทําให้ต้องมีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวอย่างจริงจัง
 
การบังคับใช้พระราชกําหนดการบริหารจัดการกาชน์รอบด้านการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 เพื่อกระตุ้นให้แรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบการจ้างงานที่ถูกต้อง แต่รัฐบาลก็ได้คํานึงถึงผลกระทบต่อสถานประกอบการที่ต้องใช้แรงงานต่างด้าวจํานวนมาก จึงใช้อํานาจ คสช.มาตรา 44 ผ่อนปรนการบังคับใช้อัตราโทษออกไป 6 เดือน ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2560 โดยมีนายจ้างพาลูกจ้างแรงงานต่างด้าวไปพิสูจน์ความสัมพันธ์ยืนยันการเป็นนายจ้างลูกจ้างรวมกว่า 7 แสนคน ซึ่งจะต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์สัญชาติ เพื่อออกใบอนุญาตทํางานชั่วคราวให้ โดยมีกระบวนการเริ่มตั้งแต่การออกเอกสารรับรองบุคคล(CI) ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของประเทศต้นทางการตรวจสุขภาพและทําประกันสุขภาพ โดยกระทรวงสาธารณสุข การตรวจลงตราวีซ่าของสํานักงานตรวจคนเข้าเมืองและการออกใบอนุญาตทํางานโดยกระทรวงแรงงาน
 
โดยแนวทางที่กระทรวงแรงงานจะเข้าไปช่วยเพื่อให้การตรวจพิสูจน์สัญชาติและออกใบอนุญาตทํางานชั่วคราว ทําได้รวดเร็วขึ้น ได้แก่ กรณีประเทศเมียนมา ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดตั้งศูนย์ตรวจพิสูจน์สัญชาติให้แรงงานของตนใน 8 จังหวัด 9 ศูนย์บริการ จะเสนอให้มีการจัดคิวโดยกําหนดวันและเวลาเป็นรายจังหวัดและการนําศูนย์ตรวจพิสูจน์สัญชาติเคลื่อนที่ออกไปประจําตามจังหวัดต่างๆ เพื่ออํานวยความสะดวกในการดําเนินการ
 
ส่วนกรณีประเทศกัมพูชาและสปป.ลาว จะเร่งรัดให้ทั้ง 2 ประเทศได้ดําเนินการตรวจพิสูจน์สัญชาติให้รวดเร็วถูกต้องต่อไป อย่างไรก็ตาม ด้วยระยะเวลาที่จํากัดที่อาจทําให้การตรวจพิสูจน์สัญชาติดําเนินการไม่ทันภายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้
 
กระทรวงแรงงานได้เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอขยายเวลา การตรวจพิสูจน์สัญชาติออกไปอีกแต่ไม่เกินวันครบกําหนดใบอนุญาตชั่วคราว วันที่ 31 มีนาคม 2561
 
การจัดทําฐานข้อมูลแรงงานต่างด้าวตามแนวทางนี้ จะทําให้สามารถแยกแรงงานต่างด้าวได้เป็น 2 ประเภท คือ กลุ่มที่ทํางานได้อย่างถูกกฎหมาย คือได้รับการพิสูจน์สัญชาติ ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์ทําทะเบียนประวัติ ได้รับอนุญาตให้ทํางานต่อ 2 ปี ส่วนกลุ่มผิดกฎหมายที่ผ่านการพิสูจน์อัตลักษณ์แล้วทําทะเบียนประวัติแล้ว แต่พิสูจน์สัญชาติไม่ทัน ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2561 กลุ่มนี้ก็จะมีการพิจารณาส่งกลับประเทศหรือผ่อนปรนในอาชีพที่ขาดแคลนเท่านั้น ซึ่งกระบวนการดําเนินงานทั้งหมดนี้ จะทําให้ประเทศไทยลดปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานได้อย่างยั่งยืน
 
 
ข้อมูล   สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์