หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

รอบรู้อาเซียน >> เวียดนาม (Vietnam)
คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และลักษณะเด่นของเวียดนาม

10 พฤศจิกายน 2017 (จำนวนคนอ่าน 272)

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามเป็นประเทศที่ประสบกับสงครามมาอย่างยาวนาน เคยอยู่ใต้การปกครองของจีน และฝรั่งเศส ผ่านการต่อสู้กับมหาอำนาจสหรัฐอเมริกาในสงครามเวียดนามและการปกครองแบบลัทธิคอมมิวนิสต์ จึงทำให้คนเวียดนามมีทิฐิมานะและมีความตระหนักร่วมกันในชาติว่า ดินแดนแห่งนี้สามารถเอาชนะมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่และมีเทคโนโลยี
 
ประชากรเวียดนามประกอบด้วยชางกิงค์หรือชาวเวียดนามร้อยละ 86.2 และชาติพันธุ์อื่นๆ เป็นชนกลุ่มน้อยประมาณร้อยละ 13 ตั้งถิ่นฐานกระจายบนพื้นที่สูงด้านตะวันตก ชาวเวียดนามส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธนิกายมหายาน นอกจานั้นนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ลัทธิ์ขงจื้อ ลัทธิเต๋า ลัทธิกาวได๋ ศาสนาฮินดู ศาสนาอิสลาม ตลอดจนผู้ที่ไม่นับถือศาสนาอีกจำนวนหนึ่ง
 
เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้รวมตัวกันอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ.2519 ใช้ชื่อประเทศว่าประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม รูปแบบการปกครองเป็นแบบสังคมนิยม โดยมีรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2535
 
1.คุณลักษณะด้านคุณธรรมจริยธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และลักษณะเด่น
คนเวียดนามมีเอกลักษณ์และบุคลิกลักษณะเด่นดังนี้ ขยันและอดทน รักชาติ รักการศึกษาเล่าเรียน ยึดถือความกตัญญู
 
2.บทบาทของสถาบันและปัจจัยต่างๆ ที่มีต่อความสำเร็จในการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม
การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของเวียดนามมีประวัติศาสตร์ยาวนานจากวัฒนธรรมดั้งเดิม ศาสนา ตลอดจนคำสอนของบุคคลที่เป็นศูนย์รวมประเทศ มีองค์ประกอบและปัจจัยสำคัญๆ ดังนี้
2.1 ผู้นำแห่งศรัทธา/คำสอนของประธานาธิบดีโฮจิมินห์
โฮจิมินห์เป็นผู้นำในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประเทศให้เป็นอิสระจากการปกครองของฝรั่งเศส จนฝรั่งเศสพ่ายแพ้ และถอยร่นลงไปทางใต้ มีเส้นขนานที่ 17 องศาเหนือเป็นเส้นกั้นพรมแดน ทำให้เวียดนามแบ่งเป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ สหรัฐอเมริกาให้การสนับสนุนเวียดนามใต้ขบวนการคอมมิวนิสต์ในภาคใต้ในนาม เวียดกง เข้มแข็งในที่สุดกองกำลังฝ่ายคอมมิวนิสต์บุกเข้ายึดกรุงไซ่ง่อนได้สำเร็จ การต่อสู้ยาวนานของพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อปลดแอกและรวมชาติจึงสำเร็จผลในที่สุด อย่างไรก็ตามโฮจิมินห์เสียชีวิตก่อน (2512) โดยไม่ทันเห็นผลงาน แต่ได้เป็นผู้นำแห่งศรัทธาของชาวเวียดนามตลอดมา คำสอนของลุงโอ นอกจากลัทธิขงจื้อ แล้วคนเวียดนามยึดถือ
 
คำสอนของลุงโฮ ซึ่งถือว่าเป็นวีรบุรุษของชาติซึ่งอยู่ในใจชาวเวียดนามเป็นอย่างมาก และสามารถรับรู้ถึงจิตวิญญาณของลุงโฮถึงความรักชาติด้วยความจริงใจ เป็นแบบอย่างสำคัญของชาติ อาทิ ความเสียสละต่อชาติ คำสอนของลุงเกี่ยวกบการเป็นคนรักชาติ เป็นคนดีของสังคม ซื่อสัตย์ กตัญญู คำสอนของลุงโฮสอนให้คนสมัยใหม่เลียนแบบลุงโฮได้ทุกอย่าง เว้นสองอย่างที่ห้ามเลียนแบบคือ การสูบบุหรี่ กับการไม่แต่งงาน เพราะการสูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ ส่วนการไม่แต่งงานถือเป็นความผิดธรรมชาติอาจไม่มีลูกหลานสืบสกุล สำหรับชาวเวียดนาม เมื่อศรัทธาในบุคคลแล้วไม่ต้องมีศาสนาบังคับ คนรุ่นใหม่ใช้หลักคำสอนของลุงโฮ ยึดถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
 
การปลูกฝังคำสอนลุงโฮไม่ใช่ปลูกฝังผ่านคนรุ่นปู่ย่าตายายเท่านั้น สื่อสารมวลชนทุกประเภทจะนำเสนอประวัติลุงโฮเป็นระยะๆ ลุงโฮไม่เป็นเพียงวีรบุรุษเป็นผู้นำประเทศ แต่ลุงโฮเสมือนคนในครอบครัว พ่อแม่จะพูดเสมอว่า ถ้าไม่เป็นคนดีเดี๋ยวลุงโฮไม่รักทำให้เด็กเสียใจ นอกจากนี้แล้ว ประวัติการต่อสู้กับชาติตะวันตกของลุงโฮเป็นวิชาหนึ่งที่ทุกคนต้องเรียน มีการทำเป็นแบบเรียนสอนในโรงเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถมศึกษาและมัธยมศึกษาเรื่อยมา โรงเรียนจะพาไปคาราวะสุสานลุงโฮ คนเวียดนามจะต้องเดินทางไปสักการะสุสานลุงโฮให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิต
 
หลักคำสอนของลุงโฮ 5 ข้อ จะติดประกาศไว้ในสถาบันต่างๆ ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงระดับอุดมศึกษา หลักคำสอน 5 ข้อ ได้แก่ 1) รักประเทศชาติ รักประชาชน 2) เรียนเก่ง ทำงานเก่ง 3) รักษาอนามัยดี 4) วินัยดี 5) ซื่อสัตย์ กล้าหาญ เป็นคำสอนที่มีส่วนสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของประชาชนเวียดนามตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
2.2 สถาบันศาสนา/ลัทธิ
ศาสนาในเวียดนามเดิมเป็นคตินิยมเหมือนชาวไทยพุทธ และเปลี่ยนไปเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เพราะเกรงว่าศาสนาอาจทำให้เกิดความไม่เป็นเอกภาพในชนชาติ จึงสร้างกรอบจำกัดความคิดแต่ก็ยังไม่สามารถลบล้างความเชื่อทางศาสนา ที่สืบสานยาวนาน ต่อมาภายหลัง รัฐบาลเวียดนามผ่อนคลายความเข้มงวดโดยให้อิสระในการนับถือศาสนา แต่ไม่มีศาสนาประจำชาติ โดยเฉลี่ยแล้วสังคมเวียดนามยังเป็นสังคมชาวพุทธ ศาสนาพุทธในเวียดนามเป็นพุทธินิกายมหายานซึ่งเป็นแบบที่รับมาจากจีน การปฏิบัติธรรมไม่ค่อยเคร่งครัดมากนัก คนเวียดนามมองศาสนาเป็นเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนที่จะไปฟังเทศน์เป็นคนที่นับถือและเคร่งครัดในศาสนาจริงๆ คริสต์ศาสนิกชนในเวียดนามมีอยู่กระจายทั่วไป ส่วนมากอยู่ทางตอนใต้ของเวียดนาม กิจกรรมทางศาสนาจะโดดเด่นกว่าศาสนาพุทธในเวียดนาม และมีคนที่นับถือศาสนาอิสลามบ้าง
 
ลัทธิขงจื้อเป็นลัทธิที่มีอายุยืนยาวมากกว่า 2500 ปี ขงจื้อเป็นที่ปราชญ์และครู ในการสอนได้มีการผสมผสานระหว่างการเมือง จริยธรรมและการศึกษาเข้าด้วยกัน คำสอนของขงจื้อเน้นถึงพื้นฐานระเบียบสังคมที่มีรากฐานอยู่บนความเมตตา จรรยามารยาท ความจงรักภักดี ความรู้และความไว้วางใจ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับผู้ใต้บังคับบัญชา พ่อแม่กับลูก สามีกับภรรยา และลูกศิษย์กับครูอาจารย์ มุมมองของขงจื้อที่มีต่อมนุษย์เป็นเพียงสิ่งสร้างของธรรมชาติไม่ใช่อำนาจสูงสุดใดๆ มนุษย์จะดีหรือชั่วย่อมอยู่ที่ตัวเขาเอง และการศึกษามีส่วนช่วยมนุษย์สามารถแยกแยะความดี และความเลวได้ อีกทั้งสามารถเรียนรู้กฎเกณฑ์ตลอดจนแบบแผนประเพณีที่ดีงาม
 
ขงจื้อสอนเกี่ยวกับหน้าที่ 5 อย่าง คือ รักและมีมนุษยธรรม การกระทำที่ถูกต้องในการแสดงออกซึ่งความรักและมนุษยธรรม พิธีกรรมต่างๆ หรือกฎต่างๆ เกี่ยวกับพิธีกรรมและมารยาท หน้าที่ที่ต้องได้รับการศึกษา เชื่อมั่นในตัวเองและซื่อสัตย์ต่อคนอื่น
 
ขงจื้อสอนแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ในปัจจุบัน แต่การสอนให้บวงสรวงวิญญาณบรรพชน มีจุดประสงค์ให้คนกตัญญูเป็นสำคัญ
 
ความเชื่อที่รับมาจากลัทธิขงจื้อช่วยปลูกฝังค่านิยมว่า คนที่มีความรู้คือคนที่มีคุณค่าต่อสังคม คนที่มีความรู้ควรได้รับการยกย่องแต่ไม่ได้เน้นความรู้อย่างเดียวเพราะความรู้ต้องคู่คุณธรรมด้วย ปัจจุบัน ศาสนาพุทธ และลัทธิขงจื้อที่ชาวเวียดนามนับถือส่วนใหญ่เป็นคนเวียดนามรุ่นเก่า
 
2.3 สถาบันครอบครัว
ลัทธิขงจื้อเป็นพื้นฐานในการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมที่สำคัญในเวียดนามเป็นระยะเวลายาวนาน ดังนั้น เยาวชนเวียดนามจะได้รับการสั่งสอนจากพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ถึงสิ่งสำคัญที่ทำให้เป็นเด็กดี ได้แก่ ความรักชาติ ความขยันหมั่นเพียร เรื่องการศึกษาเล่าเรียนและเรื่องความกตัญญูกตเวที ในแง่ของการพร่ำสอนจากผู้ใหญ่
 
ความอดทนเกิดจากการหล่อหลอมของวิถีชีวิต การซึมซับจากพ่อแม่ แนวคิดของขงจื้อเรื่อง ความกตัญญูรู้คุณ พ่อแม่จะสอนลูกๆ ว่าต้องกตัญญู ถ้าไม่กตัญญูจะไม่มีความก้าวหน้า ให้ความกตัญญูต่อพ่อแม่และบรรพบุรุษ การเคารพผู้ใหญ่
 
สตรีเวียดนามจะเสียสละให้กับครอบครัวเป็นอันดับแรก เป็นสิ่งที่ปลูกฝังอยู่ในความคิดของสตรีเวียดนามแทบทุกคน
 
2.4 สถาบันการศึกษา
การจัดการศึกษาในเวียดนามได้รับความสำคัญเป็นอันดับสูงจากรัฐบาลมาเป็นระยะเวลานาน เมื่อได้รับอิสรภาพจากฝรั่งเศส ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ได้ประกาศนโยบายที่จะขจัดปัญหาของชาติ ปัญหาหนึ่งที่ต้องขจัดคือโจรแห่งความโง่เขลา (มุ่งเน้นคุณภาพของประชาชน) โฮจิมินห์ให้ความสำคัญต่อการศึกษามาก ดังมีคำสอนชาวเวียดนามบทหนึ่งว่า "เพื่อประโยชน์ในสิบปี ปลูกต้นไม้ และเพื่อประโยชน์ในร้อยปีให้การศึกษาดูแลคน”
 
ตั้งแต่เวียดนามเป็นอิสรภาพจากการยึดครองของฝรั่งเศส ปี 2488 การจัดระบบการศึกษาเป็นภารกิจหลักประกาหนึ่ง การจัดการศึกษาในช่วงนี้เน้น ลักษณะสำคัญ 3 ประการคือ ความเป็นชาติ ความเป็นวิทยาศาสตร์ และความเป็นมวลชน
 
ความเป็นชาติ เนื้อหาการเรียนการสอนจะครอบคลุมประวัติศาสตร์ของชาติ ส่งเสริมให้เกิดความรักชาติ ใช้ภาษาประจำชาติ สร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นผู้รับใช้ชาติ
 
ความเป็นวิทยาศาสตร์ สอนความคิดที่เป็นวิทยาศาสตร์และสิ่งที่เป็นความก้าวหน้าต่างๆ ให้แก่นักเรียนนักศึกษา สอนให้คิดเป็น รู้เหตุ รู้ผลของความคิดและการกระทำสอนให้เป็นคนกระหายที่จะเรียนรู้
 
ความเป็นมวลชน เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่มวลชน เพื่อนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิต การได้รับการศึกษาถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน การศึกษาเพื่อมวลชนเป็นแรงจูงใจนำไปสู่การพัฒนาทางวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจและสังคม
 
 
จากนั้นได้มีการปฏิรูปการศึกษาเป็นระยะๆ จนมาในปี 2539 รัฐบาลประกาศนโยบาย โด๋ยเม๋ย (Doi Moi) เพื่อพัฒนาประเทศในทุกๆ ด้านได้มีการปฏิรูปการศึกษาโดยเน้นการสร้างคุณลักษณะของผู้เรียนที่พึงประสงค์ ได้แก่
 
-การเรียนรู้เป้าหมาย ให้รู้ทิศทางของการพัฒนาในแนวโน้มที่ยึดแนวทางการเมืองสังคมนิยม แต่เศรษฐกิจเปิดกว้างขึ้น
-สามารถทำงานในเศรษฐกิจใหม่ได้ดี โดยพัฒนาทักษะใหม่ๆ สำหรับการพัฒนาประเทศด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี การสื่อสาร การก่อสร้าง ฯลฯ
-สามารถติดต่อสื่อสารตามให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงได้ โดยสนับสนุนนักเรียนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ภาษาต่างประเทศ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส รวมถึงคอมพิวเตอร์ ติดต่อแลกเปลี่ยนและมีเครือข่ายกับนานาชาติได้กว้างขวางขึ้น
-พัฒนาความสามารถเฉพาะทางให้โดดเด่น ส่งเสริมให้เด็กได้เติบโตตามศักยภาพ โดยส่งเสริมการเรียนคณิตศาสตร์และสาขาอื่นๆ อย่างเต็มที่
-รักษาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะของประเทศไว้ ให้ผู้เรียนรู้จักวัฒนธรรมของประเทศ รักษาคุณธรรมจริยธรรมของสังคมไว้
-มีความตระหนัก สำนึก รู้เท่าทันอิทธิพลของนานาชาติ แม้ประเทศจะเปิดรับแนวคิดค่านิยมเศรษฐกิจทุนนิยมของตะวันตก แต่ประเทศต้องการปลูกฝังให้ประชาชนเฝ้าระวังติดตามและดูแลอิทธิพลของต่างประเทศ
สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเด่นที่เห็นได้ชัดเจนในสังคมนิยม ซึ่งได้สร้างและพัฒนาขึ้นในระบบการศึกษาและสังคมของประเทศ
 
การสอนคุณธรรมจริยธรรม ในโรงเรียน มีวิชาคุณธรรมซึ่งสอนเกี่ยวกับการเป็นคนดีต้องทำอย่างไร เช่น ต้องช่วยเหลือผู้อื่น ต้องรักเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ต้องรักผู้ใหญ่และช่วยเหลือเด็ก เรื่องเหล่านี้บรรจุอยู่ในหลักสูตรตั้งแต่ประถมศึกษาตอนต้น หรืออายุประมาณ 7 ปี นอกจากนี้โรงเรียนยังได้ตอกย้ำหลักคำสอนของลุงโฮ 5 ข้อโดยติดไว้ในสถาบันการศึกษาทุกระดับ
 
ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ดี นักเรียนจะให้ความเคารพอย่างสูง ครูมีภาพลักษณ์เช่นเดียวกับความเคารพ และผู้อุทิศตัวโดยไม่มีความเห็นแก่ตัว มุ่งมั่นเผยแพร่ให้ความรู้แก่เหล่านักเรียนนักศึกษา วันครูนักเรียนจะหอบหิ้วกระเช้าดอกไม้ ช่อดอกไม้ ห่อของขวัญไปคารวะคุณครูที่บ้านหรือที่โรงเรียน
 
ครูในเวียดนามมีคุณภาพ โดยมีแนวคิดว่าคนใดเก่งต้องให้เป็นครู การสอบเข้ามหาวิทยาลัยครูที่ฮานอยมีคะแนนสูงและสอบเข้ายากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวรรณคดี คนที่สอบเข้าได้คือคนที่เรียนเก่งมาก คนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยครูไม่ได้จะไปสอบเข้าเรียนวิทยาลัยครูประจำจังหวัด เมื่อจบแล้วจะสอนในโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลหรือต่างจังหวัด คนที่เลือกเรียนครูจะเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ รัฐบาลออกให้หมด ในเวียดนาม ยกย่องครูเพราะถือว่าเป็นอาชีพที่มีคุณค่าต่อสังคม
 
2.5 สื่อมวลชน
สื่อมวลชนทุกแขนงอยู่ในควบคุมของรัฐ หนังสือพิมพ์ทุกฉบับและสถานีโทรทัศน์รัฐบาลเป็นผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวสามารถควบคุมตลอดจนปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมแก่คนในชาติทุกวันนี้คนเวียดนามยังรักชาติอยู่ เนื่องจากสถานีโทรทัศน์จะนำภาพยนตร์ประวัติศาสตร์การต่อสู้กับฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา ซึ่งวีรบุรุษผ่านการต่อสู้มาอย่างยากลำบาก สงครามมีผลกระทบอย่างไรกับครอบครัว มีวิกฤตต่างๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่จะมัวหลงอยู่กับความสุขสบายอย่างเดียวไม่ได้
 
นอกจากนี้สื่อโทรทัศน์จะมีเนื้อหาจำแนกตามความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ เป็นต้น ส่วนสื่ออื่นๆ เช่น หนังสือพิมพ์ไม่ค่อยมีข่าวอาชญากรรม และยังให้ความสำคัญกับการศึกษา คือได้ยกหน้าให้กับข่าวการศึกษาถึง 4 หน้า เป็นประจำทุกวัน
 
2.6 สภาพบริบทและปัจจัยต่างๆ
ในด้านประวัติศาสตร์ คนเวียดนามมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ยาวนานตั้งแต่การต่อสู้กับฝรั่งเศส จีน และต่อสู้กับประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ทำให้คนเวียดนามมีความกล้าหาญ เสียสละ และอดทนเพราะความรักชาติ
 
ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม ประเพณีและวรรณกรรม
ผู้นำคอมมิวนิสต์เวียดนามให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมเวียดนามให้เป็นปัจจัยในด้านยุทธศาสตร์และการปฏิวัติสังคม ใช้วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการปฏิวัติและเป็นขุมทรัพย์แห่งชาติที่จะต้องทำการปกป้องรักษา ผู้นำคอมมิวนิสต์เน้นคือการปลุกเร้าให้ประชาชนสำนึกถึงความรุ่งโรจน์ของชาวเวียดนามในอดีต
 
วัฒนธรรมของเวียดนามชอบการแข่งขันทางวิชาการ ยกย่องคนเก่ง ทุกคนใฝ่รู้ใฝ่เรียนไม่ว่าจะเป็นคนยากดีมีจน ชาวไร่ชาวนาหรือกรรมการล้วนสนใจการเรียนทั้งนั้น มีนิสัยชอบเอาชนะปัญหาที่ท้าทาย
 
วรรณกรรมต่างๆ เช่น วรรณกรรมพื้นบ้าน นิทานพื้นบ้าน แฝงการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมมาตั้งแต่เด็ก มีระดับเรื่องเหมาะสมกับวัยผู้อ่าน ส่วนระดับสูงวรรณกรรมเวียดนามส่วนใหญ่แสดงความรักชาติ สะท้อน ความซื่อสัตย์ กตัญญู รวมทั้งมีวรรณกรรมถ่ายทอดคำสอนของขงจื้อ เช่น ละครร้อง (Hat Boi) ทุกเรื่องจะต้องมีการกล่าวสดุดีคุณงามความดี 5 อย่าง ของลัทธิขงจื้อ คือ ความมีมนุษยธรรม ความจงรักภักดี ความอ่อนน้อม ความเฉลียวฉลาดและความยุติธรรม
 
บทเรียนจากเวียดนาม
ชาวเวียดนามสามารถรักษาคุณลักษณะเด่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรักชาติ ความกตัญญูกตเวที ความขยันอดทน และความรักการศึกษาเล่าเรียน บทเรียนสำคัญๆ จากการศึกษา ได้แก่
1.ผู้นำประเทศในอดีตเป็นต้นแบบของความรักชาติ ความขยันอดทน ความเสียสละ ได้ถ่ายทอดอุดมการณ์และตอกย้ำคุณลักษณะเด่นนี้ไว้ตลอดเวลา สถาบันครอบครัว สถาบันการศึกษา รวมทั้งรัฐบาลและสื่อมวลชนมีส่วนอย่างยิ่งในการช่วยถ่ายทอดด้วย
2.ได้มีการปฏิรูปการศึกษาโดยเน้นการสร้างคุณลักษณะของผู้เรียนที่พึงประสงค์ ซึ่งมีคุณลักษณะสำหรับการเตรียมคนให้มีทักษะต่างๆ สามารถทำงานในเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้ในขณะเดียวกันยังให้สามารถรักษาเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของประเทศ และรักษาคุณธรรมจริยธรรมของสังคม
3.เวียดนามมีระบบการปกครองแบบสังคมนิยม สื่อมวลชนทุกแขนงยังอยู่ภายใต้รัฐบาล รัฐบาลจึงสามารถใช้สื่อเป็นเครื่องมือปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมได้ดี
 
 
ที่มา ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม(ศูนย์คุณธรรม)
รายงานการสังเคราะห์งานวิจัย คุณลักษณะและกระบวนการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมของประเทศต่างๆ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์