หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
นักธุรกิจอินเดียหาลู่ทางลงทุนในไทย เน้นอุตสาหกรรมอาหารและ IT

23 ตุลาคม 2017 (จำนวนคนอ่าน 1125)

‘พาณิชย์’เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์กับนักธุรกิจอินเดียในไทย ต่อยอดความสำเร็จในปีที่ 70 ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับอินเดีย ชูธงความเชื่อมโยงด้านนโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจแก่นักลงทุนต่างชาติ หวังสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกัน 

 

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 รองประธานหอการค้าอินเดีย - ไทย (Mr. Surinderpal Singh Phool) ได้นำคณะผู้บริหารเข้าแนะนำตัวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมหารือถึงแนวทางการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-อินเดีย ทั้งนี้ หอการค้าไทย-อินเดีย ได้ก่อตั้งมากว่า 70 ปี เป็นหนึ่งในสมาคมการค้าต่างประเทศที่เก่าแก่ที่สุดในไทย มีสมาชิกกว่า 350 บริษัท ประกอบด้วยธุรกิจที่มีความหลากหลาย อาทิ เคมีภัณฑ์ สิ่งทอ ปิโตรเคมี ยานยนต์และชิ้นส่วน ผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ อัญมณีและเครื่องประดับ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

 

นางอภิรดี กล่าวว่า สองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในหลายประเด็น โดยยินดีที่การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยการลงทุนของอินเดียในไทยมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เน้นการลงทุนในภาคการผลิตเป็นการขยายการลงทุนในภาคบริการ IT และเทคโนโลยีมากขึ้น โดยนักธุรกิจเห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสำหรับการขยายการลงทุนและธุรกิจบริการในอุตสาหกรรม IT โดยไทยและอินเดียต่างมีจุดแข็งที่สามารถเติมเต็มให้กันและกันในด้านวัตถุดิบและเทคโนโลยีได้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป เหล็ก เหมืองแร่ บริการด้านข้อมูลข่าวสารสนเทศ และบริการธุรกิจโรงแรม เป็นต้น

 

นางอภิรดี กล่าวเพิ่มเติมว่า นักธุรกิจอินเดียให้ความสำคัญกับการเจรจาความตกลงการค้าเสรีภายใต้กรอบต่าง ๆ อาทิ FTA ไทย-อินเดีย อาเซียน-อินเดีย และ RCEP โดยเฉพาะการเปิดเสรีภาคบริการ ซึ่งไทยได้ชี้แจงความพร้อมของแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน การเจรจา FTA ทุกกรอบจำเป็นต้องมีความสมดุลในภาพรวม และต้องมีความยืดหยุ่นในการเจรจา จึงขอให้ภาคเอกชนอินเดียประสานงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลอินเดีย เพื่อกำหนดท่าทีการเจรจาอย่างสร้างสรรค์และขับเคลื่อนการเจรจาให้มีความคืบหน้า และสามารถรายงานผลต่อการประชุมผู้นำ RCEP ในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

ในโอกาสนี้ หอการค้าอินเดีย – ไทย ได้แจ้งถึงความสนใจของภาคเอกชนอินเดียที่ต้องการหาพันธมิตรทางธุรกิจด้านเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร ซึ่งไทยมีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและชำนาญอย่างมาก และได้เชิญชวนให้ผู้ประกอบการ SME ของไทยใช้บริการ Startup Cell ของสภาหอการค้าไทย-อินเดีย ซึ่งมีฐานข้อมูลและบริการแนะนำการทำธุรกิจกับอินเดีย ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของกระทรวงพาณิชย์ที่มี Startup Complex ในกรุงเทพฯ นครราชสีมา และเชียงใหม่ ที่พร้อมให้บริการและให้คำปรึกษาแก่นักธุรกิจอินเดียที่ต้องการทำธุรกิจกับ SMEs ไทยเช่นกัน นอกจากนี้ นักธุรกิจอินเดียได้แสดงความกังวลต่อปริมาณของเอกสารและระยะเวลาในการขอวีซ่าสำหรับการทำธุรกิจในไทย

 

ในปี 2559 อินเดียเป็นประเทศคู่ค้าสำคัญอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียใต้ และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 15 ของไทยในโลก ด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 7.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งไทยได้เปรียบดุลการค้า 2.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปยังอินเดีย ได้แก่ เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศ และอัญมณีและเครื่องประดับ และมีสินค้านำเข้าสำคัญจากอินเดีย ได้แก่ เคมีภัณฑ์ เครื่องเพชรพลอยและอัญมณี เงินแท่งและทองคำ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมาการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศระหว่างอินเดียและไทยมีมูลค่าสูงถึง 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนภาคการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมายังประเทศไทยกว่า 1.1 ล้านคน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยชาวอินเดียนิยมมาจัดงานแต่งงานในประเทศไทย เฉลี่ย 600 งาน/ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท

 

 

ที่มา : กรมเจราการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์