หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เดินทางเสรีอาเซียนใช้จริงปี 2563

1 กุมภาพันธ์ 2015
 
 

รมว.การค้ามาเลเซียให้สัมภาษณ์ระหว่างการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ยืนยันมั่นใจว่าสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) จะรวมกันเป็นตลาดเดียวได้ แต่ยังมี "เรื่องใหญ่” อย่างการเดินทางข้ามพรมแดนเสรีของ 10 ประเทศสมาชิก อาจใช้ได้จริงภายในปี 2563

ถ้านับเวลาวันต่อวันจากวันนี้ไปถือว่าเหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 ปี ที่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)จะเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ภายในสิ้นปีนี้ ท่ามกลางการจับตามองจากนานาประเทศ
ซึ่งล่าสุด นายมุสตาปาโมฮัมเหม็ด รมว.การค้าและอุตสาหกรรมมาเลเซียได้ให้สัมภาษณ์นอกรอบกับสำนักข่าวต่างประเทศระหว่างเข้าร่วมประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกที่จัดขึ้นที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ยืนยันว่าอาเซียนจะเปิดเออีซีภายในสิ้นปีนี้แน่นอน และเป็นปีที่สิ่งสำคัญหลายอย่างจะเกิดขึ้น

แต่ยังมีบางประเด็นที่ถือเป็น "เรื่องใหญ่”สำหรับการรวมตัวกันเป็นตลาดเดียวในฐานะที่ปีนี้มาเลเซียเป็นประธานอาเซียน ซึ่งจะสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันกับประเทศสมาชิกอื่น โดยมาเลเซียเองได้ยืนยันหนักแน่นว่าอาเซียนจะไม่เดินถอยหลังกลับแน่นอน แต่การเดินทางข้ามแดนเสรีของประชากรอาเซียนอาจจะเกิดขึ้นจริงภายในปี 2563

ทั้งนี้ประเทศสมาชิกอาเซียนมีประชากรรวมกันทั้งหมดประมาณ 600 ล้านคน และกำลังรวมกันเป็นตลาดเดียวที่จะกลายเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของภูมิภาคเหมือนกับสหภาพยุโรป (อียู) มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ทางการค้า ทั้งการยกเลิกกำแพงภาษี รวมไปถึงการเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี ซึ่งถือเป็นอีกจุดมุ่งหมายของการรวมตัวกันในครั้งนี้
อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายยังคงกังวลและสงสัยถึงจุดหมายที่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้วางไว้ ว่าจะเป็นจริงอย่างที่คาดหวังกันหรือไม่ เนื่องจากอาเซียนเป็นภูมิภาคที่รวมเอาประเทศที่มีรูปแบบการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างมากเอามาผูกรวมกันไว้เป็นตลาดเดียว ซึ่งแน่นอนย่อมทำให้เกิดความไม่ราบรื่นขึ้นสำหรับการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ

ยกตัวอย่างเช่น เมียนมาร์ ที่เพิ่งเปิดเศรษฐกิจของตัวเอง หลังปิดตายโดดเดี่ยวประเทศมานานเป็นเวลาหลายสิบปี ภายใต้การปกครองโดยรัฐบาลทหารที่เพิ่งจะสิ้นสุดลงเมื่อปี 2554 ที่ผ่านมา ตรงกันข้ามกับสิงคโปร์ที่ติดอันดับเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยที่สุดของโลก

ช่องว่างทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันของประเทศสมาชิกนี้ทำให้นายมุสตาปาทราบดีว่า เป้าหมายที่จะกำจัดกำแพงภาษีสินค้าให้เป็นศูนย์ รวมทั้งการเคลื่อนย้ายแรงงานอย่างเสรีของประเทศอาเซียนน่าจะเกิดขึ้นได้ในปี 2563 ซึ่งเขากล่าวว่า ปีดังกล่าวจะเป็นปีที่ชาวโลกจะได้เห็นการพัฒนาที่รุดหน้ามากขึ้น สำหรับการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจของอาเซียน

ขณะที่ภายในสิ้นปีนี้การเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการจะเป็นไปอย่างเสรีมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นการเคลื่อนย้ายสินค้าและบริการแบบเสรีอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งภาคธุรกิจต่างพยายามผลักดันให้ผู้นำรัฐบาลเร่งมือเพื่อให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจโดยเร็ว
แต่รมว.การค้าและอุตสาหกรรมมาเลเซีย ย้ำว่า แผนของอาเซียนถูกวางไว้ให้เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และแม้ผู้ประกอบการธุรกิจต้องการให้อาเซียนรวมตัวกันเป็นตลาดเดียว แต่ความเป็นจริงยังมีปัญหาเรื่องเขตแดน ภาษี การอพยพเคลื่อนย้ายแรงงาน และกฎข้อบังคับของแต่ละประเทศที่แตกต่างกันและยังไม่มีความลงตัว

นอกจากนี้ยังมีประชาชนบางส่วนเข้าใจว่า หากอาเซียนรวมกันเป็นตลาดเดียวแล้ว ความเป็นอยู่ของพวกเขาจะเปลี่ยนแปลงไป และมีบางส่วนกลัวว่าพวกเขาจะถูกแย่งงานซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือน ธ.ค.นี้ใกล้กำหนดเปิดเออีซี ซึ่งประเทศในกลุ่มอาเซียนจำเป็นต้องให้ข้อมูลและการสื่อสารเพิ่มมากขึ้น.


credit : dailynews



กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์