หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของ East-West Economic Corridor

2 กุมภาพันธ์ 2015
 
 

โดย : อดิศักดิ์ ศรีสม

เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) คือเส้นทางที่เริ่มจากเมืองท่าดานังของเวียดนาม ผ่านเส้นทางหมายเลข 9 ใน สปป.ลาว มุ่งเข้าสู่ จ.มุกดาหาร ตัดผ่านใจกลางประเทศไทยไปจนถึงด่านชายแดน อ.แม่สอด จังหวัดตาก ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายในประเทศเมียนมาที่เมืองเมียวดี เรื่อยไปจนสิ้นสุดเส้นทางที่อ่าวเมาะตะมะ เมืองมะละแหม่ง รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 1,450 กม. เป็นเส้นทางที่เชื่อมฝั่งทะเลจีนใต้กับทะเลอันดามันของมหาสมุทรอินเดียเข้าด้วยกัน

ที่ผ่านมาเส้นทาง East-West Economic Corridor สามารถสัญจรได้สะดวกตั้งแต่เวียดนามมาจนถึงประเทศไทยมีส่วนส่งเสริมให้เกิดการค้าการลงทุนสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะการไหลเวียนของสินค้าที่มีมูลค่ามหาศาล หากแต่เส้นทาง East-West Economic Corridor ที่ผ่านมายังคงมีปัญหาในส่วนของประเทศเมียนมาเนื่องจากความไม่สงบภายใน ทำให้นักธุรกิจต่างประเทศยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งการค้าได้ด้วยตนเอง โดยต้องใช้วิธีการซื้อขายสินค้าผ่านพ่อค้าชาวเมียนมาที่นำเอาสินค้าไปกระจายในตลาดต่าง ๆ อีกทอดหนึ่ง

แม้จะมีอุปสรรคเพียงใด แต่การค้าผ่านแดนที่แม่สอดและเมืองเมียวดีของเมียนมาก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2557 มีมูลค่าการค้าที่ผ่านพิธีการศุลกากรมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ดูจะไม่เพียงพอต่อการขยายตัวทางการค้าในวันนี้ สะพานที่รองรับน้ำหนักได้จำกัดไม่เกิน 25 ตัน และเกิดปัญหาจราจรแออัดทั้งฝั่งไทยและเมียนมา ทำให้ต้องใช้วิธีเปลี่ยนถ่ายสินค้าหลายทอดส่งผลให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้น จึงเกิดแนวคิดที่จะก่อสร้างสะพานแห่งที่ 2 ขึ้นในอนาคตเพื่อให้สามารถรองรับน้ำหนักได้เพิ่มขึ้นและการลำเลียงสินค้ามีความรวดเร็ว ซึ่งนั่นหมายถึงระบบโลจิสติกส์ระหว่างไทยกับเมียนมากำลังจะถูกพัฒนาไปอีกขั้น

เมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมาซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ไม่เพียงเป็นเมืองการค้าชายแดน แต่รัฐบาลเมียนมายังสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดีขึ้นพร้อม ๆ กับการพัฒนาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอีก 6,000 - 8,000 ไร่ เพื่อรองรับการลงทุนต่างชาติที่กำลังหลั่งไหลเข้าสู่ที่นี่มากขึ้น จากเมืองเมียวดีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายบนเส้นทาง East-West Economic Corridor ในเมียนมาซึ่งจะไปสิ้นสุดปลายทางที่เมืองมะละแหม่งในรัฐมอญ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 220 ก.ม.

เส้นทางช่วงแรกของถนนหมายเลข 85 จากเมืองเมียวดีมุ่งสู่เชิงเขาตะนาวศรีระยะทางประมาณ 12 ก.ม. ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงเรียบร้อยแล้วโดยบริษัทก่อสร้างจากประเทศไทยการเดินทางช่วงนี้เป็นไปอย่างสะดวกสบาย แต่เมื่อเข้าสู่เขตภูเขาอันสูงชันของเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเปรียบได้กับปราการธรรมชาติที่เป็นอุปสรรคสำคัญของการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ตอนในของสหภาพเมียนมา การจราจรที่คับคั่งจากรถนานาชนิดโดยเฉพาะรถบรรทุกสินค้า ทำให้ต้องค่อย ๆ ไต่ระดับไปบนความสูงเกือบ 1,000 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางสภาพถนนที่ชำรุดและแคบไม่มีไหล่ทางเพียงพอสำหรับการสวนทางกันได้ จากปัญหานี้รัฐบาลเมียนมาจึงประกาศมาตรการให้รถยนต์ที่วิ่งข้ามเขตภูเขาขาไปและขากลับระหว่างเมืองเมียวดีและกอกาเร็ก (Kawkareik) ต้องสลับกันเดินรถคนละวัน

ด้วยระยะทางเพียง 35 กิโลเมตร แต่ต้องใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมงสำหรับรถยนต์ทั่วไป แต่หากเป็นรถบรรทุกแน่นอนว่าต้องใช้เวลามากกว่านั้น เพื่อขจัดอุปสรรคจากปราการธรรมชาติ รัฐบาลเมียนมาตัดสินใจตัดเส้นทางขึ้นใหม่ความยาว 25 กิโลเมตรเพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางภูเขาสูงชัน โดยได้รับความช่วยเหลือการก่อสร้างด้วยงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท จากรัฐบาลไทย ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าไปมากคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเพื่อให้ทันต้อนรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี พ.ศ.2558

เมื่อพ้นเขตภูเขาจะเข้าสู่เขตเมือง "กอการเร็ก” (Kawkareik) เมืองแรกสำหรับการแวะพักรถหลังจากต้องผ่านเส้นทางทุรกันดารของเทือกเขาตะนาวศรี อีกไม่นานหากถนนเส้นใหม่ที่จะเชื่อมต่อจากเมืองเมียวดีมาสิ้นสุดที่เมืองนี้ เชื่อว่าจะทำให้ "กอกาเร็ก” (Kawkareik) กลายเป็นเมืองที่มีความคึกคักมากขึ้น ราว 100 ก.ม. จาก "กอกาเร็ก” (Kawkareik) มาถึงทางแยกสำคัญที่เมือง "เอ่งดุ” (Eindu) จากจุดนี้หากตรงไปอีก 20 ก.ม. จะถึงเมือง "พะอัน” (Hpa-An) เมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยง และสามารถเดินทางต่อไปได้ถึงเมืองย่างกุ้งและเมืองอื่น ๆ ทั่วประเทศเมียนมา แต่หากเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 43 ก.ม. จะเข้าสู่เมืองมะละแหม่ง (Mawlamyine) เมืองหลวงของรัฐมอญ

เส้นทางสู่มะละแหม่ง เป็นถนนขนาด 2 เลนไหล่ทางแคบ นี่คือถนนขนาดมาตรฐานทั่วไปในเมียนมา ทำให้ยวดยานขนาดใหญ่ไม่สามารถใช้ความเร็วในการเดินทางได้ถนนบางช่วงกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงขยายไหล่ทางให้กว้างขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับการจราจรที่นับวันจะคับคั่งขึ้นทุกวัน ด้วยระยะทางราว 200 กิโลเมตร กับเวลาในการเดินทางราว 6 – 7 ชั่วโมง จากเมืองเมียวดีชายแดนไทย เมียนมาก็มาถึงมะละแหม่ง (Moulmein) เมืองหลวงของรัฐมอญ เมืองที่อยู่ปลายสุดอีกด้านของเส้นทาง East-West Economic Corridorซึ่งอาเซียนหวังจะใช้เส้นทางที่พาดผ่าน 4 ประเทศคือเวียดนาม ลาว ไทย และเมียนมา เชื่อมฝั่งทะเลจีนใต้และอันดามันเข้าด้วยกัน

ในอนาคตหากเส้นทางได้รับการพัฒนาปรับปรุงตามแผนที่รัฐบาลเมียนมาได้กำหนดไว้ในแต่ละช่วง การเดินทางจากแม่สอดเข้าสู่เมาะละแหม่งจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ชั่วโมง ซึ่งนั่นจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้การค้าและการลงทุนตลอดเส้นทางนี้ขยายตัวมากขึ้น และแน่นอนว่าที่คือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่จะช่วยเติมเต็มความฝันของอาเซียนที่จะทำให้ East-West Economic Corridor ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคนี้ให้ดีขึ้นในอนาคต


ที่มา : ส่วนอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์





กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์