หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ร่าง พ.ร.บ. สภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

3 กุมภาพันธ์ 2015
 
 

โดย : อดิศักดิ์ ศรีสม

ประเทศไทยมีลักษณะของความเป็นสังคมพหุลักษณ์ที่ประกอบไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ที่หลากหลายเป็นจำนวนมาก แต่ที่ผ่านมามีปัญหาหลายด้านที่เกิดขึ้นกับพวกเขาอันเป็นผลพวงมาจากนโยบายการพัฒนาที่ไม่สมดุลของรัฐในทุกยุคทุกสมัยที่มักมุ่งเน้นการพัฒนาภายใต้ระบอบทุนนิยมเสรีและวัดความสำเร็จจากตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก จนละเลยสิทธิในวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ทำให้เกิดผลกระทบกับวิถีการดำรงชีวิต ชุมชนที่นับวันจะรุนแรงมากขึ้น

ในการประชุม "เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย”ที่ "วิทยาลัยโพธิวิชชาลัย” อ.แม่สอด จ.ตากในปีนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าทั้ง 37 กลุ่ม ที่เดินทางมาจากทั่วประเทศได้มีมติร่วมกันที่จะผลักดันให้เกิดเครื่องมือและกลไกที่จะแก้ไขปัญหาของพวกเขาอย่างจริงจัง "ร่าง พ.ร.บ. สภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย” เริ่มก่อรูปขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จากความร่วมมือของภาคีภาคส่วนต่าง ๆ ที่ได้มีการร่วมกันยกร่างกฎหมายฉบับนี้ขึ้นก่อนจะนำไปสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นใน 2 ระดับคือระดับของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ได้นำเอาร่างไปอภิปรายถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ก่อนนำไปสู่เวทีรับฟังความคิดเห็นในระดับภาคทั้ง 5 ภาคของประเทศ จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาปรับแก้และหลอมรวมกันจนกลายเป็นร่างกฎหมายฉบับสุดท้าย จากทั้งหมด 32 มาตราของร่าง พ.ร.บ. นี้มีสาระสำคัญที่จะเป็นกลไกการขับเคลื่อนที่น่าสนใจ อาทิ
มาตรา 5 กำหนดให้มีการคัดเลือกสมาชิกตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ละ 5 คน เพื่อร่วมกันจัดตั้งเป็น "สภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย”

มาตรา 9 ให้สภาชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยทำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและส่งเสริมการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม การศึกษา ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชนของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ
มาตรา 24 ให้มีการจัดตั้ง "กองทุนพัฒนาสภาชาติพันธุ์ฯ” โดยรัฐต้องจัดสรรเงินทุนประเดิมและเงินอุดหนุนงบประมาณแผ่นดิน เพื่อให้การดำเนินงานสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ตามเป้าหมาย

"การมีกฎหมายเราก็หวังว่าอย่างน้อยจะมีเรื่องของการรับรองยอมรับอย่างเป็นทางการอันที่หนึ่ง อันที่สองหวังว่าการเชื่อมโยงโดยเฉพาะการสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในฐานะที่เป็นประชากรของประเทศ ทำอย่างไรถึงมีช่องทางในการได้ใช้งบประมาณแผ่นดินในการหนุนเสริมกระบวนการทำงานในระดับต่าง ๆ ของชนเผ่าพื้นเมืองที่เป็นทางการอันนี้คือสิ่งที่เราคาดหวังจากการมีตัวบทกฎหมายในอนาคตครับ” ศักดิ์ดา แสนมี่ นักวิจัยและผู้ประสานงานเครือข่ายชนเผ่า ผู้มีส่วนร่วมในการผลักดันร่าง พ.ร.บ. ย้ำถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ หลังได้รับความเห็นชอบด้วยการลงมติจากที่ประชุมสมัชชาเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยแล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้จะถูกขับเคลื่อนเข้าสู่กลไกของการตราเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ต่อไป

อาจกล่าวได้ว่านี่คือกฎหมายฉบับประชาชนที่มาจากความต้องการของประชาชนที่แท้จริง และยังนับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าต่าง ๆ ในประเทศไทยได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน สอดรับไปกับเนื้อหาใน "ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของชนเผ่าพื้นเมือง” ของสหประชาชาติที่มีใจความสำคัญว่า "สิทธิมนุษยชนที่สำคัญของชนเผ่า คือ สิทธิในการกำหนดวิถีชีวิตตนเอง (Self-determination) ชนเผ่าพื้นเมืองสามารถดำรงอัตลักษณ์ของตนเอง สามารถจัดการทรัพยากรธรรมชาติและเลือกวิถีทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมได้ด้วยตนเอง”


ที่มา : ส่วนอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์