หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีเกษตรอาเซียนและกลุ่มประเทศบวกสาม

21 กันยายน 2017 (จำนวนคนอ่าน 1162)

พลเอกฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ (AMAF) ระหว่างวันที่ 28 – 29 กันยายน 2560 ณ จังหวัดเชียงใหม่ แบ่งเป็น 2 ช่วงการประชุม คือ การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ หรือ AMAF ครั้งที่ 39 ประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ซึ่งจะมีพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 กันยายน 2560 โดย พล.อ ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้กับรัฐมนตรีประเทศบวกสาม (จีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี) หรือ AMAF 3 ครั้งที่ 17 ในวันที่ 29 กันยายน 2560 ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯของไทยจะทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมทั้งสองการประชุมในฐานะประเทศเจ้าภาพ
 
ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมประจำปีของรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการเกษตรและป่าไม้ของประเทศอาเซียน ประกอบด้วยสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ คือ บรูไน อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ซึ่งจะหมุนเวียนเป็นเจ้าภาพตามลำดับตัวอักษรภาษาอังกฤษ การประชุมนี้เป็นกลไกในการติดตามผลการดำเนินงาน กำหนดนโยบาย กำหนดแนวทางการดำเนินโครงการ ให้ความเห็นชอบมาตรฐาน และแนวทางปฏิบัติด้านการเกษตรต่าง ๆ ในสาขาเกษตรและป่าไม้เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนนำไปปรับใช้ภายในประเทศ โดยมีเป้าหมายให้อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีสินค้าเกษตรและอาหารที่ปลอดภัยและเพียงพอ มีความเป็นเอกภาพ ทั้งด้านการผลิตและการค้า และปรับตัวได้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ประกอบด้วย 1) ระดับรัฐมนตรีด้านการเกษตรจากอาเซียน 10 ประเทศ และจากประเทศบวกสาม ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ 2) ระดับปลัดกระทรวงและเจ้าหน้าที่อาวุโส ของทั้ง 13 ประเทศ ซึ่งจะมีการประชุมเตรียมการระหว่างวันที่ 25 – 27 กันยายน 260 3) สำนักงานเลขาธิการอาเซียนและคณะทำงานอาเซียน 4) องค์กรระหว่างประเทศ เช่น FAO / IRRI รวมประมาณ 400 คน
 
พลเอกฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ประเด็นหารือที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ ในด้านการเกษตร เช่น
1. การพิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อการดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่จะดำเนินการในปี 2561 อาทิ การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ได้แก่ มาตรฐานพืชสวนและพืชอาหารของอาเซียน มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ค่าปริมาณสารพิษตกค้าง มาตรฐานปศุสัตว์ และมาตรฐานฮาลาล เป็นต้น
2. การพิจารณาให้ข้อเสนอแนะและให้ความเห็นชอบต่อยุทธศาสตร์ความร่วมมืออาเซียน 3 ด้านอาหาร เกษตรและป่าไม้
3. การพิจารณาแผนงานขององค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม หรือ APTERR ระยะต่อไป ได้แก่ การผลักดันให้ประเทศสมาชิกร่วมดำเนินงานโดยการทำสัญญาซื้อขายข้าวล่วงหน้า และแผนบริหารการเงินของสำนักเลขานุการฯ ระยะ 5 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2561 – 2565
4. การผลักดันและติดตามการดำเนินการตามนโยบายประมงร่วมประชาคมอาเซียน โดยฝ่ายไทยจะผลักดันและนำเสนอให้มีการขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
 
ส่วนในด้านป่าไม้ อาทิ การหารือแนวทางระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่า การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมืออาเซียนด้านการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน เป็นต้น นอกจากการหารือในเวที AMAF และ AMAF 3 แล้ว ยังมีการหารือระดับทวิภาคกับประเทศสมาชิก เช่น จีน ญี่ปุ่น และ กัมพูชา เพื่อหารือในประเด็นสำคัญ อาทิ 1) การขยายมูลค่าการค้า และแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรระหว่างกัน 2) ส่งเสริมความร่วมมือด้านการเกษตรและอาหารระหว่างรัฐ-เอกชน และ เอกชน-เอกชน 3) สร้างความร่วมมือด้านประมง IUU
 
จัดแสดงนิทรรศการ แบ่งเป็น 4 โซนหลัก คือ
1. นิทรรศการ "เกษตรยั่งยืนแห่งภูมิภาคอาเซียน” ในรูปแบบการจัดนิทรรศการมีชีวิต
2. โซนนิทรรศการเทิดพระเกียรติ "ศาสตร์พระราชา” เพื่อแสดงถึงพระอัจฉริยะภาพของ ร.9 และ ร.10 ในการพัฒนาภาคเกษตรของประเทศไทย ประกอบด้วย เช่น การบริหารจัดการน้ำ ฝนหลวง และการพัฒนาดิน
3. โซนนิทรรศการ 50 ปีอาเซียน โดยนำเสนอถึงพัฒนาการของอาเซียน และผลสำเร็จจากความร่วมมือของประเทศอาเซียน และ
4. โซนนิทรรศการและผลงานด้านการเกษตรของไทย เช่น การแก้ไขปัญหาการทำประมงอย่างยืนของไทย รวมถึงการจัดกิจกรรมการนำคณะศึกษาดูงาน ณ ศูนย์พัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ วันที่ 30 กันยายน 2560 เพื่อเผยแพร่โครงการในพระราชดำริของพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชในการแก้ปัญหา และพัฒนาภาคเกษตรในพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย
 
"การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลให้ไทยสามารถผลักดันนโยบายที่สำคัญของประเทศเข้าสู่การประชุมอาเซียน ได้แก่ นโยบายประมงร่วมประชาคมอาเซียน และการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชของไทย พร้อมทั้งยังได้แสดงศักยภาพและบทบาทการเป็นผู้นำด้านการเกษตรของไทยให้ประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมรับทราบและให้การยอมรับ และช่วยเสริมสร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ด้านเกษตรและป่าไม้กับประเทศอาเซียน และประเทศจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้อีกด้วย” พลเอกฉัตรชัย กล่าว
 
 
ที่มา : กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์