หน้าหลัก

Print this page Print this page  |   Send this page Send this page  |   export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เบอเกอร์ปลาทู From Local to Global

3 กุมภาพันธ์ 2015
 
 

โดย : อดิศักดิ์ ศรีสม

ในบรรดาปลาทะเลที่กินอร่อย หาซื้อได้ง่ายและคุ้นกับลิ้นคนไทยมากที่สุดคงหนีไม่พ้นปลาทู โดยเฉพาะปลาทูที่ได้รับการยกย่องว่ามีรสชาติอร่อยกว่าที่ไหน ๆ เพราะมีเนื้อแน่นหวานมันคือ "ปลาทูแม่กลอง” แห่ง จ. สมุทรสงคราม ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น "ราชาแห่งปลาทู”

ปลาทูเป็นปลาทะเลที่หากินและเจริญเติบโตในบริเวณน้ำตื้นใกล้ชายฝั่งมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงในน้ำลึกไม่เกิน 30 เมตร พบชุกชุมมากเป็นพิเศษบริเวณปากแม่น้ำโดยเฉพาะพื้นที่อ่าวไทยตอนในที่เรียกว่าอ่าวตัว ก. อันอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและแพลงตอนจากแม่น้ำหลายสายไหลลงสู่ทะเลกลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีให้กับสัตว์ทะเลนานาชนิด
"โป๊ะ” คือเครื่องมือจับปลาพื้นบ้านที่ใช้ในการจับปลาทูมาตั้งแต่อดีตทำจากไม้ไผ่ปักล้อมให้เป็นวงกลม มีขนาดเท่ากับสนามฟุตบอลขนาดย่อม เปิดช่องเป็นทางสำหรับให้ปลาทูผ่านเข้าไปได้ชาวบ้านเชื่อว่าการจับปลาโดยวิธีนี้จะไม่ทำให้ปลาบอบช้ำ เนื้อปลาทูจึงคงความสด มันอร่อยกว่าการจับด้วยวิธีอื่น ๆ และด้วยเครื่องมือจับปลาชนิดนี้ ปลาทูที่จับได้มาจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "ปลาโป๊ะ”

รูปแบบของปลาทูที่คนไทยคุ้นเคยในการบริโภคมาตั้งแต่อดีตคือ "ปลาทูนึ่ง” ได้จากการนำปลาทูบรรจุลงแข่งแล้วนำไปต้มในน้ำร้อน แต่ก่อนที่มันจะถูกเรียงลงในเข่งปลาทุกตัวจะถูกพับหัวลงก่อนเสมอ ทำให้ปลาทูแม่กลองมีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากปลาทูในแหล่งอื่น ๆ โดยถูกเรียกว่า "หน้างอคอหัก” ปลาทูคืออาหารคู่ครัวคนไทย เพราะสามารถนำมาสู่อาหารจานโปรดได้หลากหลายเมนู ทั้งการทอดกินคู่กับน้ำพริกกะปิ ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยมาช้านานหรือนำมาทำเป็นต้มแกงได้มากมายหลากหลายชนิด

แต่สำหรับคนที่มีความคิดกว้างไกลอย่าง สุทิน แจ่มศรี ลูกแม่กลองขนานแท้ เขากลับมองว่าปลาทูที่เป็นวัตถุดิบพื้นบ้านแบบไทย ๆ น่าจะสามารถนำมายกระดับให้เป็นอาหารที่มีความเป็นสากลได้ จากการได้ร่วมออกงาน "เทศกาลกินปลาทู” เมื่อปี 2546 ซึ่งจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ ปี สุทินคิดทำอะไรที่แตกต่างไม่เหมือนใครภายใต้แนวคิดที่เรียกว่า "East meet West” สุดท้ายเขาทดลองทำ "เบอเกอร์” จากเนื้อปลาทูขึ้นเป็นครั้งแรกในโลกและได้รับการตอบรับอย่างถล่มทลายด้วยยอดขายกว่า 2 หมื่นชิ้นตลอดงาน

กว่าจะเป็นเบอเกอร์ปลาทูได้ สุทินต้องลองผิดลองถูกอยู่นาน และแม้จะล้มเหลวหลายครั้งแต่เขาก็ไม่เคยละความพยายาม จนในที่สุดเขาสามารถคิดค้นสูตรที่ลงตัวได้เป็นผลสำเร็จ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่เพียงเบอเกอร์ปลาทู แต่ยังพัฒนาจนเกิดผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปหลายชนิดตามมา เช่น ข้าวเกรียบปลาทู ทอดมันปลาทู และหอยจ๊อปลาทู ซึ่งเป็นการแปรรูปเพิ่มมูลค่าและยืดอายุผลิตภัณฑ์อาหารให้ยาวนานขึ้น

ปัจจุบันสุทินมีรถโมบาย "เบอเกอร์ปลาทูไทย” ออกให้บริการตามสถานที่ต่าง ๆ พร้อมสโลแกนเร้าใจที่ติดไว้ข้างรถว่า "ต้องกินให้ได้ในชาตินี้” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค ทำให้เขาคิดจะขยายกิจการไปยังห้างสรรพสินค้าและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายให้มากขึ้นรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนด้วย

"ปลาทูไทยไม่แพ้ปลาแซลมอน ถ้าเอาน้ำหนักมาวัดกัน ปลาทูไทยมีทั้งสารไลซีน ทีโอนีนกรดอะมิโน โอเมกา 3 จริงแล้วเราไม่ต้องซื้อปลาแพง เรามากินปลาทูกันนี่แหละ” สุทินย้ำถึงคุณค่าทางอาหารของปลาทู ปลาพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคยมานาน น่าเป็นห่วงที่ปัจจุบันปลาทูเริ่มลดจำนวนลง นั่นเพราะแหล่งอาหารและแหล่งวางไข่ของปลาทูถูกก่อกวนมากขึ้น รวมถึงมีการทำประมงกันอย่างหนาแน่นด้วยเครื่องมือหลากหลาย ส่งผลให้สถิติการจับสัตว์น้ำในพื้นที่อ่าวไทยรูปตัว ก. ลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

"การอนุรักษ์” ซึ่งหมายถึง"การรู้จักใช้อย่างคุ้มค่า” โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ดูจะเป็นหนทางเดียวที่ทำให้ทรัพยากรทางทะเลอย่างปลาทูยังคงอยู่คู่กับท้องทะเลของอ่าวไทย และยังคงเป็นแหล่งโปรตีนที่เข้าถึงได้ง่ายและมีราคาถูกสำหรับคนไทยได้ต่อไปอีกนาน


ที่มา : ส่วนอาเซียน กรมประชาสัมพันธ์



กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์