หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
คู่แข่งไทยในตลาดสิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่ม

4 กุมภาพันธ์ 2015 (จำนวนคนอ่าน 3085)
 
 
อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพในการแข่งขันมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาไทยเริ่มเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ผลิตเริ่มย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศใกล้เคียงในภูมิภาคอาเซียน อันส่งผลให้ประเทศเหล่านี้กลายเป็นคู่แข่ง
สำคัญของไทย

ทั้งนี้ ประเทศที่กำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างชัดเจน ได้แก่ เวียดนาม และอินโดนีเซีย

"เวียดนาม" เข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมการผลิตมากขึ้น ด้วยตลาดแรงงานขนาดใหญ่ และมีต้นทุนค่าจ้างที่ไม่สูงมาก ทำให้นักลงทุนต่างชาติจำนวนมากเริ่มเข้าไปสร้างฐานการผลิตในอุตสาหกรรม
ต่าง ๆ ในเวียดนามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เวียดนามส่งออก
สินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มในปี 2555 เท่ากับ 19,387 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 17.63 ในช่วงระหว่างปี 2550 - 2555

สินค้าที่เวียดนามส่งออกเป็นหลัก ได้แก่ สินค้าประเภท HS6204 : สูท เครื่องแต่งตัวเป็นชุด แจ็คเก็ต เสื้อเบลเซอร์ เสื้อกระโปรงชุด กระโปรง และกางเกง (นอกจากชุดว่ายน้ำ) ของสตรีหรือเด็กหญิง HS6203 : สูท เครื่องแต่งตัวเป็นชุด แจ็คเก็ต เสื้อเบลเซอร์ กางเกง (นอกจากชุดว่ายน้ำ) ของ
บุรุษและเด็กชาย และ HS6110 : เจอร์ซี่ พูลโอเวอร์ เสื้อชนิดคาร์ดิแกน เสื้อกั๊กและเสื้อที่คล้ายกัน
ถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์

ตลาดส่งออกหลักของเวียดนามในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และเยอรมนี

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนาม ได้รับการนุ่งห่ม ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และเยอรมนี

อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของเวียดนาม ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลของประเทศเป็นอย่างดี โดยเมื่อเดือน พ.ค. 2557 รัฐบาลเวียดนามได้จัดทำแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ของปี 2563 และวิสัยทัศน์สำหรับปี 2573 ขึ้น เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าในเวียดนาม
ให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยรัฐบาลเวียดนามได้ตั้งเป้าหมายให้กับแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้า

นอกจากนี้ แผนดังกล่าวยังกำหนดให้อุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าที่ใช้แรงงานเป็นหลัก (Labor-Intensive) ย้ายฐานการผลิตไปในพื้นที่ชนบท และให้อุตสาหกรรมแฟชั่นย้ายกิจการเข้ามาในเขตเมือง

ส่วน "อินโดนีเซีย" เป็นประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด ภาคการส่งออกของอินโดนีเซีย
มีการขยายตัวต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยระหว่างปี 2550 - 2555 มูลค่าการส่งออกสินค้า
สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของอินโดนีเซียเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 4.36

ในปี 2555 อินโดนีเซียมีการส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มเป็นมูลค่า 12,789 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าประเภท HS6204 : สูท เครื่องแต่งตัวเป็นชุด แจ็คเก็ต เสื้อเบลเซอร์ เสื้อกระโปรงชุด กระโปรง และกางเกง (นอกจากชุดว่ายน้ำ)ของสตรีหรือเด็กหญิง HS5509 : ด้าย (นอกจากด้ายเย็บ) ทำด้วยเส้นใยสั้นสังเคราะห์ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อการขายปลีก

และ HS6110 : เจอร์ซี่ พูลโอเวอร์ เสื้อชนิดคาร์ดิแกน เสื้อกั๊กและเสื้อที่คล้ายกันถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์ เป็นสินค้าส่งออกสำคัญของอินโดนีเซียในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งถูกส่งออกไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เยอรมนี ตุรกี และเกาหลีใต้ เป็นหลัก

อินโดนีเซียมีแผนสนับสนุนอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มที่สำคัญ คือ แผนแม่บทการเร่งรัด
และการเติบโตของพัฒนาการเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ปี 2554 - 2568 ซึ่งแผนดังกล่าวได้กำหนดให้พื้นที่
แถบชวาเป็นพื้นที่สำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเสื้อผ้าในอินโดนีเซีย

รวมถึงกำหนดนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรม และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและปรับปรุงปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ เช่น การจัดสรรปริมาณไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ การยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานของท่าเรือที่สำคัญต่าง ๆ และการส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ในการผลิต

ขณะเดียวกัน อินโดนีเซียยังมีนโยบายส่งเสริมให้กิจการต่าง ๆ ลงทุนในเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อทดแทนเครื่องจักรและอุปกรณ์เก่าที่มีประสิทธิภาพต่ำและใช้พลังงานสูง โดยสามารถ รับเงินคืนจากการลงทุนได้เป็นบางส่วน โดยหากเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ดังกล่าวผลิตในประเทศ กิจการนั้นสามารถรับเงินคืนได้มากสูงสุด ร้อยละ 25

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องกำ หนดนโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม
ดังกล่าวในระยะยาว เพื่อเตรียมความพร้อมรับการแข่งขันที่มีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นในอนาคต ภายหลังจากการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบหลังปี 2558




สดุดี วงศ์เกียรติขจร
นักวิจัย สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
โพสต์ทูเดย์
 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์