หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
เขตเศรษฐกิจพิเศษ สะหวัน-เซโน จุดพลิกโฉมการลงทุนใน สปป.ลาว

4 กุมภาพันธ์ 2015 (จำนวนคนอ่าน 5088)
 
 
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือ สปป.ลาว ได้ประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมการลงทุน
ฉบับใหม่ในปี 2552 แทนกฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับเดิมปี 2547 เพือแก้ไขปัญหาด้านกฎระเบียบประเภทต่าง ๆ ที่ยังไม่มีความเป็นสากล รวมทั้งขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติโครงการลงทุนซึ่งใช้ระยะเวลานาน อีกทั้งยังเพิ่มรูปแบบบริการ ณ จุดเดียวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) เพือให้การลงทุนเป็นไปอย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

กฎหมายส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่นี้ รัฐบาล สปป.ลาว ให้สิทธิประโยชน์แก่นักลงทุนมากมาย
ทั้งในด้านภาษีและมิใช่ภาษี อาทิ ยกเว้นภาษีกำไรตามจำนวนปีที่ขึ้นอยู่กับโซนหรือเขตที่กำหนด ยกเว้นภาษีนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักร ยกเว้นภาษีขาออก ยกเว้นการเก็บภาษีซ้อนสำหรับนักลงทุนไทย ได้รับประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) จากสหภาพยุโรปที่ สปป.ลาว ได้รับ
ในสถานะประเทศด้อยพัฒนา

ตลอดจนได้รับอนุญาตให้เช่าที่ดินในระยะยาว กล่าวคือ 30 ปีจากภาคเอกชน และ 50 ปีจากรัฐบาล
รวมไปถึงการได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพิ่มเติม อาทิ ได้เช่าที่ดินระยะยาวสูงสุดไม่เกิน 99 ปี
หากลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาล สปป.ลาว ได้จัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นรวม
10 แห่ง อาทิ เขตเศรษฐกิจพิเศษบ่อเต็นแดนคำในแขวงหลวงน้ำทา เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำในแขวงบ่อแก้ว เขตเศรษฐกิจพิเศษบึงธาตุหลวง ในแขวงนครหลวงเวียงจันทน์ เป็นต้น และตั้งเป้าจะจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มอีก 25 แห่งภายในปี 2563

สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษของ สปป.ลาว ที่มีความโดดเด่น ได้แก่ เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน
(Savan-Seno Special Economic Zone : SASEZ) ในแขวงสะหวันนะเขต ซึ่งถือเป็นเขตเศรษฐกิจ
พิเศษแห่งแรกใน สปป.ลาว ก่อตั้งเมื่อปี 2546 มีพื้นที่ 964 เฮกเตอร์ (ประมาณ 6,025 ไร่) โดยรัฐบาล
ลาวได้พัฒนาขึ้นด้วยวงเงิน 74 ล้านเหรียญสหรัฐ เน้นพัฒนาให้เป็นเขตการค้าอุตสาหกรรมและบริการ

ถือเป็นปัจจัยเอื้อต่อการเข้าไปลงทุนของไทย เนื่องจากมีพื้นที่อยู่ใกล้กับสะพานมิตรภาพไทย-สปป.ลาว
แห่งที่ 2 (จ.มุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต) ทำให้สามารถเชื่อมต่อไปยังเส้นทางหมายเลข 9 (มุกดาหาร-สะหวันนะเขต-ดานัง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor : EWEC) ที่เชื่อมต่อระหว่างเมียนมา ไทย ลาว และเวียดนาม ส่งผลให้นักลงทุนไทยได้รับความสะดวกในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน เป็นพื้นที่ที่รัฐบาล สปป.ลาว ต้องการฟี้นฟูและพัฒนาเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนและการบริการแห่งหนึ่งในภูมิภาค โดยอาศัยจุดเด่นในด้านที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจในการดึงดูดและส่งเสริมการลงทุน รวมทั้งสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อเอื้ออำนวยให้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่ทันสมัยของประเทศ ตลอดจนมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
สะหวัน-เซโนเป็นการเฉพาะ โดยให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ แก่ผู้ลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้

สำหรับประเภทธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมในเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน ได้แก่ ธุรกิจการผลิตและการแปรรูป เช่น การผลิตสินค้าสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การแปรรูปสินค้าเกษตร การผลิตสินค้าหัตถกรรม เป็นต้น ธุรกิจการค้า เช่น ร้านค้าปลอดภาษี การขายส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์ภายใน (เช่น สินค้าหัตถกรรมไม้เนื้อหอม) ศูนย์แสดงสินค้า ห้างสรรพสินค้า ศูนย์ประชุม การส่งออก-นำเข้า และการค้าผ่านแดน ธุรกิจบริการและการจัดส่งกระจายสินค้า เช่น โกดังเก็บสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า บริษัทรับเหมาขนส่ง โรงแรม อาคารหรือสำนักงานให้เช่า บ้านจัดสรร บริษัทนำเที่ยว การพัฒนาแหล่งพักผ่อน ศูนย์กีฬา สำนักงานตัวแทนและสาขาบริษัทภายในหรือต่างประเทศ เช่น สำนักงานตัวแทนการค้าเพื่อส่งเสริมการส่งออก สาขาบริษัทที่ปรึกษาต่างประเทศ สาขาการบินและการขนส่งต่างประเทศ

ถึงแม้ สปป.ลาว จะเป็นตลาดขนาดเล็กที่มีประชากรโดยประมาณ 7 ล้านคน แต่วันนี้ภาพของ สปป.ลาวในสายตาทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไป สปป.ลาว กำลังได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก และเป็นประเทศหนึ่ง
ที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ด้วยอัตราการเจริญเติบโตสูงที่สุดในอาเซียน

ทั้งนี้ คาดว่าประเทศไทยในฐานะเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดที่สุดของ สปป.ลาว มีจุดแข็งและมีศักยภาพด้านการลงทุนจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจ สปป.ลาว ที่ขยายตัวสูง โดยเฉพาะธุรกิจไทยที่มีศักยภาพการลงทุนใน สปป.ลาว ได้แก่ ธุรกิจก่อสร้าง การท่องเที่ยวและบริการ ธุรกิจพลังงาน ธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจเกษตรและเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก ธุรกิจความงามและสุขภาพ และธุรกิจขนส่ง

ขณะเดียวกันเมื่อ สปป.ลาว พัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและมีความร่วมมือกับไทยในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง สินค้าจากไทยย่อมส่งผ่านไปยังเวียดนามและจีนตอนใต้ได้สะดวกมากขึ้น
นักลงทุนไทยน่าจะเข้าไปลงทุนในธุรกิจใน สปป.ลาว เพื่อใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการค้าและการ
ลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น


สุภัค ศิวะรักษ์
กรรมการ ผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จํากัด (มหาชน)
โพสต์ทูเดย์

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์