หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
ดื่มกินแบบคนเมียนมา

10 กุมภาพันธ์ 2015
 

คนเมียนมาร์นั้นฉลาดกว่าที่เราเห็นหรือเราคิด หากใครคิดจะไปทำธุรกิจที่เมียนมาร์แต่ประมาทว่าเขาไม่ฉลาดหรือไม่เก่งละก็พลาดทุกราย รัฐบาลเมียนมาร์ก็เหมือนกัน บางคนอาจจะคิดว่าเป็นรัฐบาลทหาร ไม่น่าจะฉลาดคิดทันเอกชน แต่เมื่อดูจากการบริหารโครงการใหญ่ ๆ หลาย ๆ โครงการที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่ารัฐบาลเมียนมาร์เขาเลือกที่จะจับมือกับคนที่ทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศเขาเสมอ ถ้าโครงการ ไหนดูแล้วประเทศเขาได้ประโยชน์น้อย รัฐบาลเมียนมาร์เขาจะชะลอหรือเปลี่ยนผู้จะมาร่วมบริหารโครงการทันที

สอง คนเมียน มาร์นั้นมีสตางค์มากกว่าที่เราคิดเพราะเขาปิดประเทศมานาน ตอนปิดประเทศนั้นค่าเงินจ๊าด ก็ผันผวนเสียเหลือเกิน ข้าวของดี ๆ ก็ไม่มีให้ซื้อหา คนเมียนมาร์สมัยนั้นจึงมีพฤติกรรมเก็บเงินเป็นหลักไม่พยายามใช้จ่าย การเก็บเงิน คนเมียนมาร์มักจะเก็บไว้ที่บ้าน บางคนเก็บเงินจนเต็มเป็นห้อง ๆ กันเลยทีเดียว ถ้าเป็นชนชั้นนำที่มีโอกาสมากกว่าคนทั่วไป ก็จะยิ่งมีเงินสะสมมากมาย ใครหลงไปดูรายได้เฉลี่ยต่อหัวที่ฝรั่งคำนวณเอาไว้ที่ไม่ถึงสามหมื่นบาทต่อคนต่อปีแล้วคิดว่า คนเมียนมาร์ไม่มีกำลังซื้อ ผมขอให้คิดใหม่นะครับก่อนจะพลาดโอกาสบุกเมียนมาร์

ตอนที่ไปเมียนมาร์ครั้งล่าสุด คุณทวีศักดิ์ วิษณุโยธิน ซึ่งตอนนี้กำลังวางแผนจะจัดงาน Myanmar International Franchise & SME Expo ในวันที่ 13-15 เดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ได้พาผมไปทัวร์ร้านอาหารหรู ๆ และแหล่งบันเทิง สำหรับคนชั้นกลางในกรุงหยั่นโกว่น ต้องยอมรับว่าอะเมซิ่งจริง ๆ ครับ เพราะนึกไม่ถึงครับว่าเขาจะมีอะไรที่ดี ๆ หรูหราไม่แพ้กรุงเทพฯเลยทีเดียว

สาม คนเมียนมาร์นั้นเขาชอบของดีราคายุติธรรม คุณภาพต้องดีคุณภาพต้องมาก่อนแต่ราคาต้องเหมาะสมนะครับ ถ้าตั้งราคาขายสูงเกินไป คนเมียนมาร์จะรู้สึกว่าเขาถูกเอาเปรียบ ว่าไปแล้วก็เหมือนคนไทยเรานี่แหละครับ เรื่องของแฟชั่นการแต่งเนื้อแต่งตัวนั้น คุณปณิธานปวโรฬารวิทยา บอกว่าคนเมียนมาร์เขามองมาที่แฟชั่นของคนไทยอยู่ครับ เพราะฉะนั้นอะไรที่คนไทยนิยมใช้นิยมแต่งก็มีโอกาสสูงจะขายดีที่นั่นครับ แม้ว่าปัจจุบันการแต่งกายของคนเมียน มาร์ส่วนมากจะยังเป็นชุดประจำชาติอยู่มาก แต่เมื่อเศรษฐกิจพัฒนามากขึ้น วิถีชีวิตของเขาก็จะเปลี่ยนแปลงมากขึ้น การแต่งกายก็จะ ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามแนวของไทยเรามากขึ้น

ส่วนเรื่องอาหารการกินและเครื่องดื่มนั้น คนเมียนมาร์ชอบอาหารและเครื่องดื่มที่มีรสหวานมากกว่าคนไทยนะครับ จะขายอะไรก็ขอให้หวานนำเอาไว้หน่อย บางคนชอบทานเผ็ดเหมือนคนไทย แต่ที่คนเมียนมาร์ชอบเหมือน ๆ กันแทบทุกคนคือความมันจากน้ำมันครับ อาหารแทบทุกอย่างมักจะเต็มไปด้วยน้ำมัน ถ้าคนเมียนมาร์ทำอาหารเลี้ยงเราแล้วเขาใส่น้ำมันน้อย จะถูกต่อว่าว่าเป็นคนขี้เหนียว ใจแคบทันที เพราะตั้งแต่อดีตมาแล้วสมัยที่ยังไม่มีตู้เย็น คนเมียนมาร์เขานิยมใช้น้ำมันเป็นเครื่องมือในการถนอมอาหาร ดังนั้นการชอบทานอาหารที่มีน้ำมันเยอะ ๆ ยังเป็นพฤติกรรมที่เคยชินมาจนถึง ปัจจุบัน

ที่น่าอะเมซิ่งมากที่สุดที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนก็คือคนเมียนมาร์เป็นคนทานจุมาก คุณกริช อึ้งวิฑูรย์สถิตย์ เล่าให้ผมฟังแบบขำ ๆ ว่าเขาเคยเปิดร้านหมูกระทะที่กรุงหยั่นโกว่น ปรากฏว่าทันทีที่เปิดก็ได้รับความนิยมอย่างมาก คนเมียน มาร์มารอต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอทาน แต่ลูกค้ายิ่งมากันเยอะคุณกริชยิ่งขาดทุน สุดท้ายทนขาดทุนไม่ไหวเลยตัดสินใจปิดร้าน พอถามว่าทำไม คุณกริชตอบแบบขำ ๆ ว่าคนเมียนมาร์ทานจุจริง ๆ ครับ ตั้งราคาแพงไปก็ดูไม่เป็นธรรม ตั้งราคาถูกหน่อยคนเมียนมาร์ก็เล่นทานกันซะระเบิดเถิดเทิง คุมต้นทุนเอาไม่อยู่ถอยดีกว่า พอมีบทเรียนตอนทำน้ำหวานขายคุณกริชนอกจากจะทำให้มีรสหวานมากกว่าปกติแล้วยังใช้ขนาดขวดที่ใหญ่ขึ้น เอาให้ดื่มแบบเต็มที่อิ่มน้ำกันไปเลยทีเดียว ผลปรากฏว่าขายดีครับ

รู้ข้อมูลที่น่ารักแบบอะเมซิ่งของคนเมียนมาร์มากขนาดนี้แล้ว พร้อมจะไปบุกเมียน มาร์กันหรือยังครับ?.

เกษมสันต์ วีระกุล

 

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์