หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
3 ชาติ สร้างสะพานข้ามโขงเชื่อม อาเซียน-จีน

16 กุมภาพันธ์ 2015 (จำนวนคนอ่าน 3074)
 

 
 
3 ประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สร้างสะพาน ข้ามแม่น้ำโขงพร้อมกันถึง 3 แห่ง ระหว่างไทย-ลาว-เมียนมา หวังเชื่อมเส้นทางคมนาคมทางบกรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ขณะที่ สะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาว แห่งที่ 4 เปิดใช้งานนำร่องไปก่อน อีก 2 แห่งคาดเปิดใช้งานได้ภายในปี 58 ด้านรัฐบาลลาวเร่งสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงปากแบ่ง-ปากแคน หลังรัฐบาลจีนวางแผน ปี 2559 สร้างทางรถไฟเชื่อมคุนหมิง-สิบสองปันนา-อุดมไชย-ไชยะบุรี-หลวงพระบาง

นายสมยศ กันแตง นายด่านศุลกากรทุ่งช้าง จังหวัดน่าน เปิดเผยว่า เดิมแนวชายแดนตะวันออกของภาคเหนือประเทศไทยเป็นเพียงพื้นที่การค้าชายแดนระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่ปัจจุบันพบว่ามีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะระบบคมนาคมทางบกและทางน้ำ เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงในการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างกันอย่างสะดวกมากขึ้น ประเมินได้จากการค้าชายแดนไทยลาว ผ่านพิธีการศุลกากรทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ปีงบประมาณ 2557 มีมูลค่าประมาณ 5,045 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 5 ปีก่อน ในปี 2552 มีมูลค่าเพียง 274 ล้านบาทเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีอนาคต

นอกจากนั้น ในอนาคตด่านพรมแดนห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน มีพรมแดนตรงข้ามกับเมืองเงิน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว จะกลายเป็นช่องทางสำคัญในการค้า การลงทุน และท่องเที่ยวในกรอบอาเซียน หลังจากที่ทางรัฐบาล สปป.ลาว กำลังเร่งก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง บริเวณปากแบ่ง แขวงอุดมไชยกับ ปากแคน แขวงไชยะบุรี ขณะนี้ดำเนินการคืบหน้ากว่า 50% และคาดว่า จะดำเนินการก่อสร้างเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งจะถือว่าเป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง 1 ใน 3 ระหว่างจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ผ่านอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และเข้าสู่เมืองปากแบ่ง แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์กลางในการพักเดินทาง ทางน้ำโขงก่อนเข้าสู่เมืองหลวงพระบาง

สำหรับสะพานดังกล่าวของ สปป.ลาว มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะไม่เพียงจะเป็นจุดที่เชื่อมต่อ ระบบคมนาคมกับประเทศไทยผ่านด่านพรมแดนห้วยโก๋นแล้ว ยังเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญ โดยรัฐบาลจีนได้วางแผนภายในปี 2559 จะสร้างเส้นทางรถไฟจากคุนหมิงมายังสิบสองปันนา ก่อนเข้าสู่ชายแดนจีนที่เมืองบ่อหาร และชายแดน สปป.ลาว ที่เมืองบ่อเตน และผ่านนาเตย และข้ามสะพานข้ามแม่น้ำโขงปากแบ่ง-ปากแคน เข้ามายังเมืองหงสา แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ซึ่งมีโรงไฟฟ้าหงสาตั้งอยู่ด้วยก่อนจะเชื่อมเข้าไปยังเมืองจอมเพ็ดและข้ามแม่น้ำโขงไปยังเมืองหลวงพระบาง จึงถือว่าเป็นเส้นทางที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของจังหวัดน่านที่จะได้รับอานิสงส์ในครั้งนี้

ทั้งนี้ แนวโน้มการเปิดใช้เส้นทางนี้มีโอกาสที่สินค้าจีนจะหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น เพราะต้นทุนต่ำกว่าไปผ่านเส้นทางบ่อหาร  บ่อเตน-หลวงน้ำทา-เชียงของ หรือเส้นทาง อาร์ 3 เอ ซึ่งยังมีสภาพเส้นทาง ขึ้นเขาลาดชันทำให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดน่านเล็งเห็นศักยภาพของการพัฒนา โดยขณะนี้ได้ของบประมาณจากกรมทางหลวงทำการสำรวจเส้นทางเดิมที่เคยอยู่ในพื้นที่สีชมพู ระหว่างบ้านใหม่ น้ำเลี้ยวมายังด่านพรมแดนห้วยโก๋น ระยะทาง 17 กิโลเมตร จากปัจจุบันเส้นทางใหม่มีระยะทาง 40 กิโลเมตร

อีกทั้งจะมีการประสานงานกับทางสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อขอให้มีการสร้างอุโมงค์เข้ามายังเขตอำเภอเมือง จังหวัดน่าน เพื่อให้การขนส่งสินค้าสะดวก รวมถึงประสานกับการรถไฟแห่งประเทศไทย สำรวจเส้นทางรถไฟจากเด่นชัย-น่าน เพื่อรองรับเส้นทางรถไฟของจีน จากปัจจัยนี้จะพบว่าทางจีนต้องการเชื่อมต่อกับประเทศไทยด้วย โดยเฉพาะบริเวณด่านพรมแดนห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งเชื่อมต่อกับเมืองเงิน แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว อีกทั้งยังมีโรงไฟฟ้าลิกไนต์หงสา ที่มีสัญญา 25 ปี ใช้ถ่านหิน 350 ล้านเมกะตัน และมีปริมาณสำรองได้ถึง 570 ล้านเมกะตัน คาดว่าทางรัฐบาลจีนสร้างเส้นทางรถไฟเพื่อที่จะขนลิกไนต์กลับประเทศ อีกทั้งสามารถจะลากตู้ขนสินค้ามายังไทย และ สปป.ลาว ก่อนกระจายเข้าสู่ประเทศที่ 3 อีกทั้งขณะนี้ ทางเอกชนจีนได้เข้ามาลงทุนปลูกข้าว, ยางพารา และกล้วย ในแขวงอุดมไชย และแขวงไชยะบุรีเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเอกชนจีนจะสามารถขนสินค้าเกษตรกลับประเทศทางรถไฟได้และมีต้นทุนที่ถูกลง

อูติน วินชเว ผู้ว่าราชการจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบคมนาคม โดยเฉพาะการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเชื่อมโยงระหว่างประเทศไทย, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และประเทศเมียนมา เพื่อรองรับการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในยุคการค้าไร้พรมแดน ตลอดเส้นทางแม่น้ำโขงจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ผ่านประเทศไทยที่จังหวัดเชียงราย มาจนถึงเมืองหลวงพระบาง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงถึง 3 แห่งด้วยกัน และสร้างเสร็จใช้งานได้แล้ว คือ สะพานข้ามแม่น้ำโขงไทย-ลาวแห่งที่ 4 ระหว่างอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว

โดยประเทศเมียนมาได้ทำการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงเมียนมา-ลาวแห่งแรก ที่บริเวณเมืองเชียงราบ จังหวัดท่าขี้เหล็ก กับเมืองลอง แขวงหลวงน้ำทา สปป.ลาว โดยขณะนี้มีความคืบหน้ากว่า 90% คาดว่าเปิดใช้งานได้ภายในปี 2558 ซึ่งถือเป็นจุดจุดยุทธศาสตร์ทางการคมนาคมที่สำคัญ ในการจะเชื่อมต่อเข้าสู่ประเทศ เพื่อนบ้านเมื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

อูเทอ่อง รองประธานหอการค้าจังหวัดท่าขี้เหล็ก กล่าวว่า มีความเชื่อมั่นว่าสะพานข้ามแม่น้ำโขง เมียนมา-ลาวแห่งแรกนี้จะผลักดันให้จังหวัดท่าขี้เหล็กเป็นเมืองท่าทางการค้า และการท่องเที่ยวในภูมิภาคแถบนี้ และสะพานแห่งนี้สามารถเชื่อมต่อเข้ามายังอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายของไทยได้รวมถึงเข้าเชื่อมต่อกับถนนอาร์ 3 บี และเข้าสู่จังหวัดชั้นในของประเทศเมียนมา โดยเชื่อว่าทางเอกชนจีนก็ให้ความสำคัญในการใช้เส้นทางคมนาคมเส้นนี้ เพราะมีระยะทางใกล้และเป็นเส้นทางคู่ขนานที่เดินทางได้ทั้งทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อไปทั้งประเทศไทย สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน




สกาวรัตน์ ศิริมา
กรุงเทพธุรกิจ


กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์