หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

ข่าวสารอาเซียน
จีนเดินหน้าผลักดันเงินหยวนตามแนวเส้นทาง Belt and Road

30 มิถุนายน 2017 (จำนวนคนอ่าน 1030)

นางสาววิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ธนาคารกลางจีน (People's Bank of China: PBOC) มีเป้าหมายที่จะขยายการใช้เงินหยวนไปยังประเทศต่าง ๆ และพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับข้อริเริ่ม Belt and Road ด้วยการปรับปรุงระบบการดำเนินการให้เอื้อต่อการทำธุรกรรมทางการเงินกับต่างประเทศ รวมถึงการชำระราคาสินค้าและบริการด้วยเงินหยวน ปัจจุบันนี้ สกุลเงินหยวนเป็นที่ยอมรับเป็นอย่างมาก และมีทีท่าว่าจะมากขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่เงินหยวนถูกรวมเข้าไปในตะกร้าเงินสิทธิถอนเงินพิเศษของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ประชาชนในประเทศและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องเหล่านั้น ต้องการที่จะใช้เงินหยวนในการค้าและลงทุน รวมถึงบางประเทศได้มีการจัดตั้งศูนย์กลางการบริการเงินหยวนนอกประเทศจีนแล้ว
 
นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนยังมุ่งเน้นการพัฒนาแนวทางสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินกับต่างประเทศด้วยเงินหยวน และส่งเสริมให้เงินหยวนมีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการชำระราคาสินค้าและบริการ การลงทุน การจัดหาเงินทุน และการค้าต่อไปด้วย ซึ่งการส่งเสริมการใช้เงินหยวนให้ได้รับการยอมรับ ในระดับสากลจะเป็นการดำเนินการในระยะกลางถึงระยะยาว โดยมีแรงสนับสนุนที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีน รวมทั้งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของจีนก็จะสนับสนุนให้ประเทศตามแนวเส้นทาง Belt and Road ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมออก Panda Bond หรือตราสารหนี้สกุลเงินหยวนในประเทศจีนที่ออกโดยต่างชาติ และขยายความร่วมมือด้านการเปิดตลาดทุนทวิภาคีอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัท Rusal ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอะลูมิเนียมสัญชาติรัสเซียได้เป็นบริษัทแรกของรัสเซียที่ออก Panda Bond เป็นมูลค่า 1,000 ล้านหยวน (146.14 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
 
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายใต้ความร่วมมือ Belt and Road ยังเป็นการช่วยเปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการเพิ่มขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมและด้านการผลิตเครื่องมืออุปกรณ์ โดยโครงการก่อสร้างนี้ต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก อีกทั้ง การส่งเสริมนี้ยังเป็นการช่วยสร้างโอกาสสำหรับการลงทุนในต่างประเทศด้วย และ China Investment Corp (CIC) ซึ่งเป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของจีนจะใช้โอกาสนี้ในการขยายฐานข้อตกลงของโครงการต่าง ๆ โดยอาศัยกลไกตลาดเป็นสำคัญควบคู่ไปกับการรักษาความยั่งยืน สำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่นระหว่างไทย-จีน มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องหลังการตั้งธนาคาร ICBC เป็น Clearing Bank การทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินหยวนในไทยตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 ในช่วงที่ผ่านมาจีนได้ให้โควตาไทยในการเข้าไปลงทุนในสกุลเงินหยวนในจีนกว่า 50,000 ล้านหยวน และจะพิจารณาให้มีการกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน (หยวน - บาท) ได้โดยตรง (Direct Quotation) เพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้วในมณฑลยูนนานให้ครอบคลุมทั้งประเทศ (nationwide)
 
นอกจากนี้ สองฝ่ายจะขยายความร่วมมือด้านการเงินให้ครอบคลุมบริการทางการเงินและการทำธุรกรรมรูปแบบใหม่ รวมถึง E-Payment ด้วย ซึ่งความร่วมมือด้านการเงินระหว่างธนาคารกลางทั้งสองประเทศในด้านต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นจะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-จีนได้อย่างมีนัยสำคัญ
 
ภาพรวมการค้าไทย-จีน ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทย โดยจีนเป็นตลาดส่งออกและนำเข้าอันดับ 1 ในขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าลำดับที่ 15 ของจีน โดยเป็นตลาดส่งออกและนำเข้าลำดับที่ 15 ของจีน ในปี 2560 (ม.ค.-พ.ค.) การค้าสองฝ่ายมีมูลค่ารวม 28.84 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2559 ที่มีมูลค่า 25.37 พันล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 13.66 สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เคมีภัณฑ์ และส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ในขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ อุปกรณ์และส่วนประกอบรถยนต์ และผลิตภัณฑ์เหล็ก เป็นต้น นอกจากนั้น จีนยังเป็นนักลงทุนทางตรงอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น และ มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยกว่า 8 ล้านคน ในปี 2559
 
 
 
ที่มา : www.thaigov.go.th

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์