หน้าหลัก

Print this page Print this page  |  Send this page Send this page  |  export to PDF Export to PDF

บทความพิเศษ
การจ้างงานคนพิการในอาเซียน

2 มิถุนายน 2017 (จำนวนคนอ่าน 2838)

อย่างที่รู้กันว่า อาเซียน ประกอบไปด้วยคนหลากหลายเชื้อชาติ ศาสนาและวัฒนธรรม แต่เมื่อพูดถึงประเด็นคนพิการ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายประเทศในอาเซียนต่างก็มีปัญหาไม่ต่างกัน โดยเฉพาะสิทธิคนพิการที่ยังไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควร แต่ในวันที่อาเซียนรวมตัวภายใต้ประชาคมเดียวกัน การผลักดันให้คนพิการเข้าสู่ระบบการจ้างงานจะมีความสำคัญอย่างไร
 
ความร่วมมืออาเซียนด้านคนพิการเกิดขึ้นภายใต้ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน หนึ่งในสามเสาหลักอาเซียน ที่มุ่งเน้นให้ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ดังที่ปรากฏในปฏิญญาว่าด้วยการส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของคนพิการ ในประชาคมอาเซียน (Bali Declaration on the Enhancement of the Role and Participation of Persons with Disabilities in the ASEAN Community) และประกาศทศวรรษคนพิการอาเซียน ปี 2011 - 2020 (ASEAN Decade of Persons with Disabilities 2011-2020) รวมถึงในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 27 ก็ได้มีการรับรองกรอบการทำงานในระดับภูมิภาคและแผนงานดำเนินการตามปฏิญญาอาเซียน ว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางมาตรการคุ้มครองทางสังคม (Regional Framework and Action Plan to Implement ASEAN Declaration on Strengthening Social Protection) ซึ่งเป็นแผนงาน 10 ปีที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต การเข้าถึงโอกาสต่าง ๆ และการคุ้มครองทางสังคมอย่างเท่าเทียมกัน ให้แก่กลุ่มเปราะบางต่าง ๆ รวมทั้งคนพิการ ซึ่งระบุถึงมาตรการในการจัดการฝึกอบรมวิชาชีพ การส่งเสริมการสร้างงาน และการเข้าถึงบริการทางสังคม เป็นต้น
 
เมื่อดูจากตัวเลขคนพิการในประเทศอาเซียนพบว่า เวียดนามมีจำนวนผู้พิการมากที่สุด ถึงร้อยละ 7.8 หรือมีประมาณ 6,000,000 กว่าคน ซึ่งเป็นผลพวงจากภัยสงครามในอดีต ขณะที่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เมียนมา ไทยและกัมพูชา มีผู้พิการในสัดส่วนที่เกินกว่า 2% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ นั่นทำให้หลายประเทศในอาเซียนได้กำหนดแนวทางและการดำเนินการเกี่ยวกับการจ้างงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีหลักคิดที่เป็นสากลว่า "ผู้พิการ คือ พลเมืองคนหนึ่งของประเทศ” รวมถึงประเทศไทยที่กำหนดให้มีการจ้างงานคนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ในมาตรา 33 ที่ระบุว่า นายจ้างหรือสถานประกอบการใดที่มีพนักงาน 100 คน ต้องจ้างงานคนพิการ 1 คน โดยเศษของ 100 คน ถ้าเกิน 50 คน ต้องรับคนพิการเพิ่มอีก 1 คน หากนายจ้างหรือสถานประกอบการใดไม่ประสงค์รับคนพิการเข้าทำงานก็ให้นำเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้ โดยเอาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำคูณด้วย 365 วัน คูณด้วยจำนวนคนพิการที่ต้องรับเข้าทำงาน ก็จะได้ตัวเลขของเงินที่จะต้องส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่ถ้าสถานประกอบการใดไม่ปฏิบัติตามจะต้องถูกอายัดทรัพย์สินตามมาตรา 34 โดยเงินจำนวนนั้นจะนำเข้าสมทบในกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และถ้าสถานประกอบการใดไม่รับคนพิการเข้าทำงาน รวมถึงไม่นำส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ก็ต้องส่งเสริมอาชีพให้กับคนพิการ ตามกฎหมายมาตรา 35 โดยอาจให้สัมปทาน จัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงาน ฝึกงาน หรือให้การช่วยเหลือคนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการแทนก็ได้ ซึ่งหากคนพิการมาทำงานไม่ได้ก็จะต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยที่นายจ้างสามารถเลือกปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกันได้
 
จากสถิติข้อมูลของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการล่าสุดพบว่า คนพิการในวัยแรงงาน อายุระหว่าง 15 - 60 ปี มีอยู่ราว 748,000 คน โดยที่ทำงานอยู่มีเพียงร้อยละ 28 หรือประมาณ 213,000 คน และที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ อีกกว่า 137,000 คน
 
ความร่วมมือด้านคนพิการไม่ใช่เกิดขึ้นแค่ระหว่างอาเซียนด้วยกัน แต่ยังรวมถึงองค์กรระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อย่างเช่น Asia-Pacific Development Center on Disability (APCD) ที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในประเทศต่าง ๆ มากกว่า 56 ประเทศ ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย
 
ในอาเซียนมีคนพิการจำนวนไม่น้อยที่มีศักยภาพ สามารถทำงานได้ไม่ต่างอะไรกับคนทั่วไป หากเพียงแต่ได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่ให้มีส่วนร่วมในฐานะพลังของสังคม และสิ่งที่ขาดไม่ได้คือความร่วมมือในการทำงานระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและนอกอาเซียน เพื่อนำพาประชาคมอาเซียนแห่งนี้เดินหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
 
 
 
ข้อมูล : บทสารคดี ASEAN Connect
            ตอน 960 Plus Bakery ร้านต้นแบบจ้างงานคนพิการ
เรียบเรียง : ปัทมาพร งึ้มนันใจ / ส่วนอาเซียน สำนักการประชาสัมพันธ์ต่างประเทศ

กรมประชาสัมพันธ์ เลขที่ 9 ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระราม6 เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
Tel.02 618 2323 ต่อ1719, 1723 Fax. 02 618 2372 E-mail:  aseanthai@hotmail.com


จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์